ข่าว

เอ็นจีโอ เสนอทำเวทีเล็ก เปิดทุกกลุ่มมีส่วนร่วมไฟฟ้าใต้

เอ็นจีโอ เสนอทำเวทีเล็ก เปิดทุกกลุ่มมีส่วนร่วมไฟฟ้าใต้

27 มี.ค. 2560

“เอ็นจีโอ” เสนอนายกรัฐมนตรี จัดเวทีเล็กเปิดกว้างทุกกลุ่มมีส่วนร่วม พลังงานไฟฟ้าภาคใต้


สงขลา – “เอ็นจีโอ” เสนอนายกรัฐมนตรี จัดเวทีเล็กเปิดกว้างทุกกลุ่มมีส่วนร่วม พลังงานไฟฟ้าภาคใต้ ชี้ 3 เวที 3 จังหวัดวันนี้เหมือนเวที ครั้งที่1 เชื่อรัฐบาลจัดกระบวนทัพใหม่ หลังเจอแรงต้านในพื้นที่  เพื่อเดินหน้าโครงการ   
           

             สงขลา-(27 มี.ค.2560) ณ  ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จัดให้มี “เวทีสร้างความรู้ ความเข้าใจ และรับทราบความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ 
             ซึ่งมีผู้แทนภาครัฐ ภาคประชาชน และประชาสังคมใน 6 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง (พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) เข้าร่วมจำนวน 1.360 คน  โดยมีแม่ทัพน้อยที่ 4 พล.ท.คุณวุฒิ หมอแก้ว ผู้แทนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดฯ 
               นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ กล่าวว่า  เวทีวันนี้ไม่ใช่ทางออกของความขัดแย้งและความเห็นต่างเรื่องพลังงานในภาคใต้อย่างแน่นอน  เนื่องจากเวทีในวันนี้เป็นเหมือนเวทีประชาสัมพันธ์ และไม่ต่างกับกับการทำเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 (ค.1) และ ครั้งที่ 3 (ค.3 )ที่เคยจัดในหลายครั้งที่ผ่านมา
                โดยช่วงเช้าเป็นการประชาสัมพันธ์ของภาครัฐ ซึ่งเราก็มีข้อมูลหลายอย่างที่เราอยากแย้ง แต่มันไม่มีช่องให้แย้ง ให้แลกเปลี่ยนกัน มาถึงช่วงบ่ายต่างฝ่ายต่างพูด ฝ่ายค้านพูด ฝ่ายหนุนพูด แต่การพูดก็ไม่มีคำตอบ เป็นการพูดกันไปคนละประเด็น ซึ่งเป็นการพูดคนละประเด็น
                  “จริงๆแล้วการหาวิธีการหาทางออกในเรื่องยากๆ มีโดยการใช้เวที ซึ่งการใช้เวทีก็ช่วยได้ แต่การจัดเวทีต้องไม่ใช่แบบวันนี้ แบบนี้ แต่จะต้องเป็นการจัดเวทีแบบถกแถลงกัน”
                เช่นมีการตั้งประเด็นทีละประเด็น เช่น คำว่าไฟฟ้าในภาคใต้ไม่เพียงพอ ก็ต้องมาถกกัน เอานักวิชาการฝ่ายค้านที่เห็นว่ามีไฟฟ้าเพียงพอกับฝ่ายการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มานั่งคุยกันแล้วเอาข้อมูลมายันกัน  ยกตัวอย่าง 6 จังหวัดภาคใต้ตอนล่างที่จัดเวทีวันนี้  การใช้ไฟฟ้าสูงสุดตามข้อมูลรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมครั้งที่3 ของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ประมาณ 850 เมกกะวัตถ์ แต่เรามีโรงไฟฟ้าจะนะแค่โรงเดียวก็ปาเข้าไป 1,450-60 กว่าเมกกะวัตถ์แล้ว  ฉะนั้นจริงๆแล้วไฟฟ้ามันเพียงพอ แล้วทำไมต้องสร้างเทพาอีก 2,200 เมกกะวัตถ์  กับปานาเระอีก 1,000 เมกกะวัตถ์
                  จึงทำให้มีความสงสัยของชาวบ้าน หรือว่าการสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มเพื่อรองรับนิคมอุตสาหกรรม รองรับคลองไทย หรือสะพานเศรษฐกิจสงขลา-สตูล  แล้วชาวบ้านเขาควรจะมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตภาคใต้มากกว่านี้หรือไม่นั้น เวทีในวันนี้หากผู้จัดจะสรุปซึ่งควรสรุปให้เป็นธรรม เพราะมีหลายกลุ่มที่คัดค้านไม่เข้ามาร่วม เพราะเขารู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะเปิดโอกาสให้เขาได้พูดน้อย เหมือนกับการทำเวทีครั้งที่1 เลย  ฉะนั้นหากผู้จัดเวทีจะสรุป ก็คงได้เป็นเวทีประชาสัมพันธ์ ได้สร้างความรู้มุมเดียว คงไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นเวทีสร้างความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นได้อย่างเต็มปาก
                   เพราะฉะนั้นสำหรับความขัดแย้งและความเห็นต่างในเรื่องพลังงานภาคใต้ก็ยังคงมีอยู่ เพราะมันเป็นบาดแผลที่ฝังลึกและสะสมมาหลายปี  แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปิดช่องการพูดคุยกัน ซึ่งที่จริงต้องคุย แต่ต้องมาไล่ลุยทีละประเด็น  และพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนกับกฟผ.     
                    ส่วนเป้าหมายของการจัดเวทีพร้อมกัน 3 เวที ใน3 จังหวัดในวันนี้ สำหรับผมคิดว่าเป้าหมายจริงๆคิดว่า ที่ผ่านมาการขับเคลื่อนของภาครัฐในทำโครงการพลังงาน และอีกหลายๆโครงการในภาคใต้เดินไปข้างหน้าไม่ได้ เพราะโดนชาวบ้านล้มเวทีตลอด เนื่องจากชาวบ้านเขาไม่มีทางเลือกอื่น  ถ้าไม่ล้มเวทีมันก็ผ่านไปการอนุมัติโครงการ  เพราะฉะนั้นการจัด 3 เวที มันเหมือนเป็นการตั้งลำใหม่ของภาครัฐ ประชาสัมพันธ์ใหม่ จัดท่าใหม่ แล้วก็วันนี้เป็นยกแรก บันไดขั้นแรก ขั้นที่ 2 และ 3 ผมก็เดาไม่ถูกว่าภาครัฐคิดอะไรอยู่ แต่ผมเชื่อว่าเขาต้องมีสเต็ปต่อไปแน่นอน  เพื่อจะดันให้เกิด สรุปก็คือเวทีวันนี้ก็ได้ประชาสัมพันธ์โครงการ ประชาสัมพันธ์ภาพพจน์ของภาครัฐที่พยายามเปิดการมีส่วนร่วม
                 “แต่เป็นการมีส่วนร่วมเทียม ไม่สามารถแก้ความขัดแย้ง และเห็นต่างไม่ได้ แต่ถ้าจะทำเพื่อดันทุรัง เพื่อทำโครงการก็อาจจะเป็นไปได้”  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ กล่าว
                   นายเอกชัย อิสระทะ ผู้ประสานงานเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคใต้  กล่าวว่า  เป็นเวทีที่ไม่มีความหวัง เหตุที่เรามาร่วมเพื่อจะบอกว่า เราก็มีข้อมูลและมีความรู้เรื่องของพลังงานอีกชุด  ซึ่งมีข้อเสนอและมีทางออกชุดหนึ่ง แต่จากโจทย์ที่เราพบทั้งจากโครงสร้างกรรมการที่ทางรัฐบาลแต่งตั้งมา เราก็พบว่าเป็นโครงสร้างของราชการทั้งสิ้น บวกกับทหาร
                    ฉะนั้นเราจึงเข้าใจได้ว่าไม่สามารถออกแบบกระบวนการที่ทำให้เกิดการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนได้จริง ดูจากกำหนดการที่แบ่งออกเป็นสองช่วง คือ ช่วงเช้า ครึ่งวันเป็นหน่วยงานภาครัฐมาให้ข้อมูลแบบเดิมๆ และแทบจะไร้ทางออก  ให้กับภาคประชาชน  ส่วนภาคบ่ายที่บอกว่าเป็นเวทีรับฟังความคิดซึ่งมีเวลาให้น้อยนิด 
                    “เข้าใจเลยว่าหลายกลุ่ม หลายองค์กรปฏิเสธการเข้าร่วมเวทีในวันนี้ โดยเฉพาะกลุ่มที่คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาเขาไม่เข้าร่วมเวทีอย่างชัดเจน และการปฏิเสธก็มีเหตุผลเพียงพอ”  
                     สำหรับแนวทางที่อยากเสนอต่อรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี คือ หากต้องการจัดเวทีและต้องการให้มีส่วนร่วมจริงๆ ให้จัดทำเป็นเวทีเล็กๆในแต่ละกลุ่มไป ทุกกลุ่ม หากต้องการจะฟังข้อมูลว่าชาวบ้านเขาคิดอะไรซึ่งจะได้ข้อมูลจากชาวบ้านจริงๆ