
แนะลดคนเข้าป่าคำชะโนดหวั่นยืนต้นตาย
2 สาเหตุ กดทับพื้นที่ด้วยจำนวนประชากรที่เข้าไปกราบไหว้ - มลภาวะจุดธูปเทียน ขยะพานบายศรีที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
27 มี.ค. 60 นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ได้ขอความร่วมมือไปยัง ศูนย์ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เขต 14 อุดรธานี ส่งเครื่องสูบน้ำระยะไกล มาช่วยสูบน้ำจากแหล่งน้ำใกล้เคียง มายังพื้นที่หนองน้ำโดยรอบของ “ป่าคำชะโนด” ก่อนที่จะมีการนัดหมายชาวบ้าน คุยเรื่องแนวทาง และกติกาการจัดระเบียบ หลังจากภาควิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ม.ราชภัฏอุดรธานี แนะนำให้เพิ่มความชื้นพื้นที่ป่า แก้การเหี่ยวเฉาที่เกิดต่อเนื่องมาหลายปี
โดยเมื่อเวลา 11.00 น. ทาง ปภ.เขต 14 ได้เข้าทำการติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกลที่หนองทุ่งใหญ่ หมู่ 9 บ้านม่วง ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของคำชะโนด โดยมีนายสุเนต สำราญจิต ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อ.บ้านดุง นายพงศักดิ์ ศรีชนะ กำนัน ต.บ้านม่วง กรรมการบริหารคำชะโนด พร้อมเจ้าหน้าที่และชาวบ้าน ร่วมกันตรวจสอบดูแลการติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกล โดยมีการเดินท่อส่งน้ำ 2 เส้น ระยะทาง 600 เมตร ทำการสูบน้ำจากหนองทุ่งใหญ่ ที่มีพื้นที่ประมาณ 884 ไร่ ความจุน้ำ 800,000 ลบ.ม. สูบลงยังหนองน้ำรอบเกาะคำชะโนด โดยเครื่องสูบน้ำระยะไกล สามารถสูบน้ำได้ 5 ลบ.ม.ต่อนาที หรือ 300 ลบ.ม.ต่อชั่วโมง
นายพงศักดิ์ ศรีชนะ กำนัน ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง และกรรมการบริหารคำชะโนด เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากทางอำเภอว่า ให้สำรวจแหล่งน้ำรอบป่าคำชะโนด และเส้นทางในการสูบน้ำ ส่งมาเติมที่หนองน้ำรอบป่าคำชะโนด โดยได้สูบน้ำจากหนองทุ่งใหญ่ ที่มีระยะทางไม่ไกลมาก และน้ำเป็นน้ำจืด ส่วนหนองอื่นที่มีขนาดใหญ่กว่า แต่ก็มีปัญหาเรื่องของน้ำเค็ม เพราะพื้นที่ อ.บ้านดุง มีปัญหาเรื่องดินเค็ม จึงตกลงใช้น้ำจากหนองทุ่งใหญ่ เพราะหากใช้น้ำที่มีปัญหาเรื่องน้ำเค็ม อาจจะทำให้ป่าชะโนดได้รับผลกระทบ ส่วนการจะสูบน้ำให้ระดับสูงขึ้นเท่าไหร่ คงต้องให้ทางนักวิชาการกำหนด ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าจะให้สูงขึ้นเท่าไหร่ เพราะทาง ปภ.เขต 14 แจ้งว่า เมื่อสูบน้ำเข้าหนองรอบเกาะคำชะโนด น้ำจะสูงขึ้นประมาณวันละ 1 เซนติเมตร
ผศ.ดร.ธีร์ธวัช สิงหศิริ ภาควิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม มรภ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ภาควิชาฯ ได้เข้ามาศึกษา คุณสมบัติของดินและคุณภาพอากาศ บางดัชนีที่มีผลกับการเหี่ยวเฉา ยืนต้นตาย และจำนวนลดลงของต้นชะโนดในป่าพรุคำชะโนด และวิเคราะห์เสนอแนวทางแก้ปัญหา สรุปเบื้องต้นว่า คุณสมบัติของดินในป่าคำชะโนด มีค่าสอดคล้องกับค่าดินของป่าพรุทั่วไป จึงไม่น่าใช่สาเหตุหลักของการเหี่ยวเฉา หรือยืนตายของต้นชะโนด แต่น่าจะเกิดจากค่าความชื้นในดิน ที่มีค่อนข้างต่ำในป่าพรุลักษณะเดียวกัน
“ได้เสนอแนวทางไว้ 2 ระยะ คือ ระยะสั้น จัดหาน้ำมาเติมเพื่อรักษาสมดุล หรือให้น้ำด้วยระบบพ่นฝอย ที่มีสระน้ำอยู่ด้วย , ลดการกดทับป่าพรุ จากจำนวนประชาชน และสิ่งปลูกสร้าง ให้เป็นเชิงนิเวศน์อย่างยั่งยืน , บำบัดน้ำเสียก่อนไหลลงแหล่งน้ำสาธารณะ , งดจุดธูปเทียนในพื้นที่ป่า ลดปริมาณควันและป้องกันอัคคีภัย , เปลี่ยนรูปแบบพานบายศรีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม , ให้ความรู้การอนุรักษ์ฯ (แยกขยะ - ปุ๋ยอินทรีย์) , เพาะพันธุ์ต้นชะโนด
ส่วนระยะยาว ศึกษา - ปรับปรุง - แก้ไข สิ่งปลูกสร้างมีผลต่ออุทกวิทยา , ศึกษาออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน ให้สัมพันธ์กับระบบนิเวศน์ , ปลูกต้นชะโนดเพิ่ม และศึกษาสภาพแวดล้อมทั้งระบบต่อเนื่อง” ผศ.ดร.ธีร์ธวัช กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากการศึกษาตรวจนับต้นชะโนดของสำนักงานพื้นที่อนุรักษ์ 10 อุดรธานี ระบุว่า พื้นที่ป่าพรุคำชะโนดมีพื้นที่ราว 26 ไร่ จากการตรวจนับทางวิชาการก่อนปีใหม่ที่ผ่านมา ได้ติดแทปไว้ที่ต้นไม้ขนาดต้นใหญ่ และต้นหนุ่ม ส่วนต้นเล็กหรือต้นกล้า ไม่ได้ติดแทป สรุปว่า ต้นใหญ่ มี 35 พันธุ์ไม้ รวม 1,901 ต้น เป็นต้นชะโนด 1,275 ต้น , ต้นหนุ่ม มี 23 พันธุ์ไม้ รวม 144 ต้น ไม่มีต้นชะโนด และต้นกล้า มี 20 พันธุ์ไม้ เป็นต้นชะโนด 669 ต้น รวม 1,944 ต้น
ขณะที่มีชาวบ้านนับต้นชะโนด ปี 20 และ 44 ได้จำนวน 2,000 ต้น และ 1,865 ต้น โดยพบว่าต้นไทรกำลังรุกเข้าไปในป่า ทำให้ต้นชะโนดที่ถูกเกาะโค่นตาย



