
โว้คจับมิเชล โอบามาขึ้นปก
ถึงแม้ว่า มิเชล โอบามา สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐ จะได้รับการยกย่องมาพักหนึ่งแล้วว่าเป็นผู้นำแฟชั่น แต่ดูเหมือนว่าตำแหน่งนี้เพิ่งจะได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการเมื่อ โว้ค นิตยสารแฟชั่นที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดฉบับหนึ่งของโลก จับเธอขึ้นปกฉบับเดือนมีนาคมนี้เอง
�ถึงแม้สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐทุกคนนับตั้งแต่ ลู ฮูเวอร์ เป็นต้นมา จะมีเรื่องและรูปปรากฎอยู่ตามนิตยสารแฟชั่นชั้นสูงกันเป็นเรื่องปรกติ แต่มิเชลเป็นสุภาพสตรีหมายเลข 1 คนที่ 2 รองจาก ฮิลลารี คลินตัน เท่านั้นที่ได้ขึ้นปกเลย
�ภาพปกนิตยสารโว้ค ฉบับเดือนมีนาคม เป็นภาพมิเชลในชุดผ้าไหมสีแดงอมม่วงแขนกุดซึ่งออกแบบโดย เจสัน วู ดีไซเนอร์คนเดียวกับที่ออกแบบชุดที่มิเชลสวมในงานสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของ ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ผู้เป็นสามี เอนกายอยู่บนโซฟาสีเบจ
�โว้คได้ส่ง แอนนี ลีโบวิตซ์ ตากล้องคนดังที่เชี่ยวชาญการถ่ายภาพเหล่าเซเลบโดยเฉพาะ ไปเก็บภาพมิเชลที่โรงแรมเฮย์ อดัมส์ ซึ่งครอบครัวโอบามาพักกันอยู่ก่อนหน้าที่จะทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง
�ทางด้าน อังเดร ลีออง แทลลีย์ บรรณาธิการของโว้คบอกว่า การได้มิเชลมาขึ้นปกในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จสุดยอดของโว้คเลยทีเดียว ทั้งยังชมเปาะว่าภาพปกฉบับมิเชลนี้ได้สะท้อนว่ามิเชลเป็นใครออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ และไม่ต้องมีคำถามใดๆตามมาเลย มิเชลได้ส่งความอบอุ่นออกมา เป็นภาพปกที่อบอุ่นที่สุดที่คนไม่ได้เห็นมาเป็นเวลานานแล้วบนปกของโว้ค เพราะปรกติแล้วหน้าปกโว้คจะเป็นภาพนางแบบ หรือนักแสดงบ้างมาโพสต์ท่าตามที่ตากล้องหรือสไตลิสต์สั่ง
�แต่สำหรับคราวนี้คือผู้หญิงที่เป็นผู้หญิงจริงๆ
�แทลลีย์ ซึ่งเป็นคนไปสัมภาษณ์มิเชลล่วงหน้าก่อนพิธีสาบานตนของโอบามา ยังพูดถึงช่วงเวลาที่ได้พูดคุยกับสุภาพสตรีหมายเลข 1 ด้วยว่า เป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ดีที่สุดในชีวิตของตัวเอง โดยมิเชลเป็นคนที่เข้าถึงได้ง่าย เป็นธรรมชาติ แล้วก็ธรรมดามาก
�โว้คได้อุทิศหน้านิตยสารถึง 8 หน้าให้กับมิเชล โดยเนื้อหาส่วนใหญ่จะเป็นการพูดถึงบทบาท "ผบ.ทบ.ประจำบ้าน" หรือ "มัม อิน ชีฟ" ของมิเชลที่มีต่อลูกสาวตัวน้อยสองคน คือ มาเลีย วัย 10 ขวบ กับซาชา วัย 7 ขวบ
�"ฉันพยายามที่จะพาลูกส่งไปส่งโรงเรียนทุกเช้าให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้" มิเชลบอก "ถึงแม้ว่าจะต้องมีเรื่องความเป็นอิสระด้วย แต่ก็เห็นได้ชัดว่ามีบางเวลาที่ฉันไม่สามารถจะปล่อยลูกไปได้ ฉันอยากจะไปที่โรงเรียนของลูก อยากรู้จักคุณครูของพวกแก แล้วก็ผู้ปกครองคนอื่นๆด้วย"
�แต่ในเมื่อโว้คเป็นนิตยสารแฟชั่นก็ย่อมหนีไม่พ้นที่จะต้องมีการพูดคุยกันเรื่องการแต่งกายด้วย
�มิเชลบอกว่าเธอรู้ดีเรื่องที่การแต่งกายของตัวเองถูกตรวจสอบจนพรุน แต่เธอก็ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆสำหรับชุดที่เธอเลือกสวมในงานสำคัญของสามีที่ผ่านมา ซึ่งได้รับทั้งเสียงชื่นชม และเสียงตำหนิพอๆกัน
�"ฉันจะไม่แกล้งทำเป็นพูดว่าฉันไม่แคร์เรื่องนี้หรอกนะ" มิเชลกล่าว "แต่ฉันจำเป็นต้องยึดหลักความเป็นจริงให้มากเข้าไว้ ในท้ายที่สุดแล้ว ต้องมีสักคนที่ไม่ชอบชุดที่คุณสวม เพราะคนเรามีรสนิยมต่างกัน"
�ปรกติแล้ว นางแบบที่ขึ้นปกโว้คส่วนใหญ่จะสวมใส่เสื้อผ้าที่ทางนิตยสารเป็นคนเลือกมา แต่ไม่ใช่สำหรับครั้งนี้
�มิเชลเลือกชุดของดีไซเนอร์ที่เธอเคยใช้บริการมาก่อนแล้วมาใส่เพื่อถ่ายแบบให้โว้ค นั่นคือ เจสัน วู ผู้ออกแบบชุดในวันสาบานตนของโอบามา นาร์ซิสโก โรดริเกซ ผู้ออกแบบชุดสีแดงดำในวันที่โอบามาได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดี และ เจ ครูว์ แบรนด์ที่มิเชลกับลูกๆสวมใส่กันเป็นประจำ
�"เธอไม่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลืออะไรเลย เธอรักแฟชั่น และรู้ดีว่าอะไรเหมาะสมกับตัวเอง" แทลลีย์ชมเปาะ "เธอไม่เคยพูดคุยกับฉันในแบบที่ว่า "คุณคิดยังไง" หรือ "ชุดนี้เป็นยังไง" เลย ซึ่งฉันดีใจกับเรื่องนี้มาก"
�นอกจากนี้ แอนนา วินทัวร์ บรรณาธิการนิตยสารโว้ค เองก็เขียนชื่นชมมิเชล โดยเผยว่า เธอประทับใจกับชุดของ อิสซาเบล โทเลโด ที่มิเชลใส่ในพิธีสาบานตน และชุดที่ใส่ในงานเลี้ยงตอนกลางคืน ทางเลือกด้านแฟชั่นของมิเชลแสดงให้เห็นถึงทัศนคติที่เรียบง่าย ทันสมัย และปฏิเสธความคิดไร้สาระที่คิดว่า รูปแบบเดียวที่สุภาพสตรีหมายเลข 1 จะแต่งได้คือชุดแบบทื่อๆ ที่แทบจะเป็นเครื่องแบบของทำเนียบขาว
�"การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่การรณรงค์หาเสียงของโอบามาพูดถึงตลอดเวลา แต่ถึงกระนั้น ฉันก็ไม่คิดว่าทุกคนในโว้คจะตระหนักได้ว่า ความแตกต่างนี้จะลามมาถึงตู้เสื้อผ้าของสุภาพสตรีหมายเลข 1 อย่างมิเชล โอบามาด้วย" เจ้าแม่แห่งวงการแฟชั่นกล่าว



