
"อัยการ"เตรียมพยาน 60 ปากสู้คดี"ทัวร์ศูนย์เหรียญ"
ตรวจหลักฐานทัวร์ศูนย์เหรียญ อัยการจัดหนักพยาน 60 ปาก ส่วน 13 จำเลยสู้คดี 31 ปาก เริ่มนัดแรก 30 พ.ค. ให้เสร็จนัดสุดท้าย ก.ย.นี้ กำชับห้ามเลื่อนโดยไม่มีเหตุ
27 มี.ค. 60 - ที่ห้องพิจารณา 909 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 27 มี.ค.60 เวลา 09.00 น. ศาลนัดตรวจหลักฐานคดีฟอกเงินทัวร์ศูนย์เหรียญ หมายเลขดำ ฟย.46/2559 ที่อัยการฝ่ายคดีพิเศษ 3 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสมเกียรติ คงเจริญ อายุ 58 ปี กก.ผจก.บริษัท ฝูอัน ทราเวลจำกัด , นางธวัล แจ่มโชคชัย อายุ 60 ปี กก.ผจก.บจก.ฝูอัน ทราเวล, บริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด, นายวสุรัตน์ โรจน์รุ่งรังสี อายุ 27 ปีกก.ผจก บจก.โอเอฯ , บริษัท รอยัลเจมส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท ไทยเฮิร์บ จำกัด, บริษัท บางกอก แฮนดิคราฟท์ เซ็นเตอร์ จำกัด,บริษัท รอยัลพาราไดซ์ จำกัด, นางนิสา โรจน์รุ่งรังสี อายุ 62 ปี กรรมการผู้จัดการทั้งสี่บริษัท ซึ่งเป็นมารดาของนายวสุรัตน์, นายธงชัย โรจน์รุ่งรังสี อายุ 61 ปี สามีของนางนิสา, บริษัท บ้านขนมทองทิพย์ จำกัด, น.ส.สายทิพย์ โรจน์รุ่งรังสิ อายุ 36 ปี กรรมการผู้มีอำนาจ บจก.บ้านขนมทองทิพย์ซึ่งเป็นบุตรของนายธงชัย
และนายวินิจ จันทรมณี อายุ 70 ปี ผจก.บจก.ฝูอัน ทราเวล เป็นจำเลยที่ 1 - 13 เมื่อวันที่ 25 ต.ค.59 ฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 วรรคแรก, พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 และร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 กรณีเมื่อที่ 24 มี.ค. - 31 ส.ค.59 บริษัทนำนักท่องเที่ยว จากประเทศจีนเข้ามาโดยไม่มีค่าบริการ (ทัวร์ศูนย์เหรียญ) และกำหนดแผนการเดินทางให้มัคคุเทศก์และผู้ขับขี่นำรถไปจอด ให้นักท่องเที่ยวแวะซื้อสินค้าจากร้านในเครือเดียวกับ บจก.โอเอ ฯ ซึ่งสินค้าภายในร้านมีราคาแพงกว่าท้องตลาดหลายเท่า แสดงฉลากไม่ถูกต้อง โดย บจก.โอเอฯ แบ่งปันผลประโยชน์ให้บริษัททัวร์ 30-40% ให้มัคคุเทศก์ 3-5% ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำ ลักษณะปกปิดวิธีการอันมิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินของนักท่องเที่ยวศูนย์เหรียญชาวจีน รวมมูลค่าความเสียหาย 98 ล้านบาทเศษ
ซึ่งวันนี้จำเลยทั้ง 13 ราย แถลงรับพยานหลักฐานโจทก์ 34 ปากที่ให้การเป็นพยานต่อพนักงานสอบสวน แต่จำเลยบางคนยังติดใจพยาน 4 ปากจึงประสงค์จะขอซักค้าน
ขณะที่อัยการโจทก์ แถลงยังมีพยานอีกส่วนที่จะขอนำสืบรวม 60 ปาก โดยขอใช้เวลาสืบ 12 นัด
ส่วนจำเลยทั้ง 13 คน ขอสืบพยานต่อสู้คดีรวม 31 ปาก
อย่างไรก็ดีในการตรวจหลักฐาน คู่ความทั้ง 2 ฝ่าย ยังแถลงต่อศาลด้วยว่า คดีมีผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยวในวงกว้าง ฝ่ายจำเลยได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก เนื่องจากรถยนต์ที่ใช้รับส่งนักท่องเที่ยว ประมาณ 2,000 คัน ยังคงถูกเจ้าพนักงานยึดไว้และไม่มีการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดในขณะนี้ หากคดีเลื่อนช้าออกไปยิ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายมากขึ้น จึงให้ศาลกำหนดวันนัดสืบพยานให้เร็วขึ้นเพื่อให้คดีแล้วเสร็จโดยเร็ว
ทั้งนี้ ศาลพิจารณาแล้ว จึงให้สืบพยานโจทก์รวมทั้งสิ้น 60 ปาก ในเวลา 12 นัด และสืบพยานจำเลย 31 ปาก ในเวลา 10 นัด โดยกำหนดสืบพยานโจทก์นัดแรก ในวันที่ 30 พ.ค.นี้ เวลา 09.00 น. และกำหนดสืบพยานนัดสุดท้ายในวันที่ 1 ก.ย.นี้ ซึ่งศาลกำชับให้คู่ความบริหารเวลาเตรียมพยานมาสืบตามวันนัด และหากจะขอเลื้อนนัดจะอนุญาตให้เฉพาะมีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจก้าวล่วงได้เท่านั้น



