ข่าว

สหายดุจรับผิด-วอนชาวเขมรอภัย

สหายดุจรับผิด-วอนชาวเขมรอภัย

18 ก.พ. 2552

สหายดุจยอมรับผิด คนแห่ฟังการพิจารณคดีกันล้นศาล

 สหายดุจ อดีตผู้บัญชาการคุกตวนสเลงอันอื้อฉาวในช่วงเขมรแดงเรืองอำนาจ ได้ถูกศาลพิเศษเพื่อพิจารณาคดีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวกัมพูชานำตัวขึ้นศาลเป็นคนแรก เมื่อวันอังคาร (17 ก.พ.) ท่ามกลางความสนใจเป็นอย่างมากของชาวเขมรที่แห่มาฟังการพิจารณาคดีกันจนล้นศาล ขณะที่เจ้าตัวได้ขอร้องชาวกัมพูชาให้อภัย
 สหายดุจ ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 66 ปีแล้ว ถูกควบคุมตัวมาตั้งแต่ปี 2542 เขาเป็นอดีตผู้นำเขมรแดงคนแรกที่ถูกนำตัวขึ้นไต่สวนในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และละเมิดอนุสัญญาเจนีวาด้วยการควบคุม ทรมาน และฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวเขมรทั้งชาย หญิงและเด็กร่วม 16,000 คน ในขณะที่เป็นผู้บัญชาการเรือนจำตวลสเลง หรือคุก เอส-21 ในช่วงเขมรแดงเรืองอำนาจระหว่างปี 2518-2522
 ก่อนที่จะถูกนำตัวขึ้นศาล สหายดุจได้กล่าวยอมรับความผิดที่ก่อขึ้น และขอให้ชาวกัมพูชา รวมถึงญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตให้อภัย โดยยืนยันว่าตัวเองปฏิบัติตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายมาเท่านั้น
 รายงานข่าวแจ้งว่าสหายดุจต้องนั่งรถกันกระสุนจากศูนย์ควบคุมตัวที่อยู่ใกล้ๆมาขึ้นศาลเพราะเกรงว่าจะถูกรุมทำร้ายเนื่องจากมีญาติมิตรของผู้เสียชีวิต และผู้รอดชีวิตจากคุกตวลสเล็งนับพันคนไปชุมนุมกันหน้าศาลเพื่อฟังการไต่สวนขั้นต้น ขณะที่ภายในศาลนั้นก็มีคนเข้าไปอัดกันแน่นถึง 500 คน
 "ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่ต้องการความยุติธรรมในวันนี้ ชาวกัมพูชาทุกคนต่างรอคอยวันนี้มา 30 ปีแล้ว ผมมองดูสหายดุจในวันนี้แล้วเขาดูเหมือนชายแก่ที่สุภาพมาก ซึ่งแตกต่างมากจากเมื่อ 30 ปีก่อน" นายวัน นัต หนึ่งในผู้รอดชีวิตจากคุกเอส-21 ที่มีอยู่ไม่ถึง 20 คนกล่าวขณะมาเข้าร่วมฟังการพิจารณาคดี โดยเขาพูดถึงสหายดุจว่าเป็นคนที่โหดร้ายมาก
 อย่างไรก็ตาม การนำตัวสหายดุจขึ้นศาลในครั้งนี้เป็นเพียงการไต่สวนขั้นต้นก่อนที่จะมีการมีพิจารณาอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม ส่วนคำพิพากษานั้นคาดว่าจะออกมาได้ในเดือนกันยายนนี้
 คาดว่าสหายดุจจะเป็นพยานในการพิจารณาคดีอดีตผู้นำเขมรแดงอีก 4 คนด้วย คือ นายนวน เจีย ผู้นำอันดับ 2 นายเขียว สัมพัน อดีตประธานาธิบดี นายเอียง สารี อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ และนางเอียง ธิริธ ภรรยา ทั้งสี่คนปฏิเสธข้อหา และหากถูกตัดสินว่ามีความผิด ผู้ต้องหาเขมรแดงทั้ง 5 คน มีโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต
 การเปิดศาลไต่สวนอดีตผู้นำเขมรแดงครั้งนี้ถือเป็นการยุติความล่าช้าของศาลดังกล่าวที่ยืดเยื้อมาร่วมทศวรรษเพราะติดข้อโต้แย้งด้านกฎหมายและเงินสนับสนุน นอกจากนี้ยังถูกครหาว่ามีการทุจริต และถูกการเมืองแทรกแซง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตามล่าผู้ต้องสงสัยคนอื่นในคดีเขมรแดง