
ปัญหาภัยแล้งน้ำใจ
มีเรื่องเล่า ในพระไตรปิฎกหลายแห่ง ยืนยันว่า พระราชาผู้เสด็จไปหาพระพุทธเจ้านั้น มักเสด็จไปโดยยาน (ไม่น่าจะเป็นยานยนต์) แล้วหยุดยานไว้ในที่ยานเข้าไปถึงได้เพียงเท่านั้น
แล้วจึงทรงลงจากยาน เสด็จไปหาพระพุทธเจ้าด้วยพระบาท
นั่นแปลว่า อารามที่ประทับของพระพุทธเจ้า เป็นที่เข้าถึงได้ด้วยการเดินเพียงวิธีเดียวเท่านั้น ไม่มีการทำถนนไปจนถึงที่ประทับของพระพุทธเจ้า ไม่ว่าการทำถนนไปจนถึงที่ประทับของพระพุทธเจ้า ดังกล่าวมาแล้ว
วรรณกรรมเรื่อง รามเกียรติ์ มีบอกเล่าเกี่ยวกับเรื่องการสร้างถนน และการทำลายถนน ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ในการต่อสู้ของฝ่ายพระราม และฝ่ายยักษ์ ถนนเป็นส่วนประกอบสำคัญในยุทธวิธีที่ปรากฏในเรื่องเล่า
และการทำลายถนน ก็เป็นอีกยุทธวิธีหนึ่ง เพื่อการเอาชนะคู่ต่อสู้
รวมความว่า ถนนย่อมนำมาซึ่งชัยชนะและความพ่ายแพ้
ยิ่งในสถานที่แห่งใด ไม่มีถนนเข้าไปถึงเลย คนในสถานที่แห่งนั้น ก็มักจะมีอุปนิสัยไปในทางที่บริสุทธิ์อย่างเห็นได้ชัด
ในทางตรงข้าม ถนนเข้าไปสู่สถานที่แห่งใด นอกจากจะนำความสะดวกไปสู่สถานที่แห่งนั้นแล้ว ก็จะนำความไม่ปลอดภัยไปสู่สถานที่แห่งนั้นด้วย ไม่ต้องกล่าวไปถึงความไม่บริสุทธิ์ที่จะเข้าไปถึงสถานที่แห่งนั้นโดยง่ายดายอีกด้วย จึงไม่แปลกแต่ประการใด ที่ น้ำตกทีลอซู ยังเป็นน้ำตกที่มีความสวย สะอาด และบริสุทธิ์ คนเป็นจำนวนมากพึงใจใฝ่หา เพราะเป็นน้ำตกที่ไม่มีถนนเข้าไปถึงนั่นเอง
ในฤดูร้อน มักมีปัญหาภัยแล้ง แต่เคยมีใครฉุกคิดบ้างหรือไม่ว่า บ้านเมืองของเรามีปัญหาภัยแล้งมานานแล้ว แต่เป็น ปัญหาภัยแล้งน้ำจิตน้ำใจ ของคนไทยด้วยกัน
ยิ่งในประเทศชาติบ้านเมืองที่มีถนน และสาธารณูปโภคเข้าถึงได้โดยสะดวก ยิ่งประสบปัญหาภัยแล้งน้ำใจกันอยู่เป็นส่วนมาก
มิใช่แล้งน้ำใจในระหว่างคนกับคนด้วยกัน ยังเป็นปัญหาภัยแล้งน้ำใจระหว่างคนกับธรรมชาติสิ่งแวดล้อม จนเกิดปัญหาวิกฤติสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
เพื่อการแก้ปัญหาภัยแล้งน้ำใจ เราท่านทั้งหลาย ควรจะช่วยกันลด ละ เลิก เหตุแห่งการสร้างปัญหาภัยแล้งน้ำใจกันอย่างแท้จริง
สาเหตุสำคัญประการหนึ่งก็คือ การสร้างถนนหนทาง เพื่อการไปมาด้วยยวดยานพาหนะโดยสะดวก ทั้งนี้มิได้แปลว่า ให้เลิกสร้างถนนหนทาง แต่ควรจะมีแหล่งชุมชน หรือแหล่งพำนัก ที่รถยนต์เข้าไปไม่ถึงโดยสะดวก มีถนนเพียงแค่ใกล้ถึง ต่อจากนั้นก็ให้เดินเข้าไป แบบเดียวกับที่ปรากฏในพระไตรปิฎก ดังกล่าวแล้วข้างต้น
"ท่านจันทร์"
www.prajan.com



