
กสม. ลงพื้นที่สอบปมวิสามัญ "ชัยภูมิ ป่าแส" พรุ่งนี้
เครือข่ายเยาวชน-ชนเผ่าพื้นเมือง ร้องกสม. เร่งตรวจสอบปมวิสามัญ "ชัยภูมิ" หวั่นหลักฐานถูกบิดเบือน ชี้ พยานถูกข่มขู่ จี้ รัฐหยุดให้ข่าวชี้นำ "อังคณา" เตรียมลงพื้นท
เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย (คชท.) พร้อมด้วยเครือข่ายเยาวชนพื้นที่สร้างสรรค์ทั่วประเทศ หรือดีจังยังทีม นำโดยนายเกรียงไกร ชีช่วง ผู้ประสานเครือข่ายชนเผ่าฯ และน.ส.รัตนาภรณ์ เจือแก้ว ผู้ประสานเครือข่ายเยาวชนฯ เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผ่านนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิฯ เพื่อขอให้ กสม.เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการวิสามัญฆาตกรรมนายชัยภูมิ ป่าแส แกนนำเยาวชนกลุ่มรักษ์ลาหู่
โดยนายเกรียงไกร กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์ในพื้นที่ขณะนี้ พยานที่เห็นเหตุการณ์ถูกคุกคาม เพื่อไม่ให้ข้อมูล จึงอยากให้กรรมการสิทธิฯเร่งลงพื้นทีเพื่อตรวจสอบ เพื่อไม่ให้กลุ่มชาติพันธุ์ไม่ถูกมอง ว่าถูกเลือกปฏิบัติ รวมทั้ง หากล่าช้าข้อมูลในพื้นที่ก็จะถูกบิดเบือน เพราะขณะนี้ฝ่ายรัฐมีการชี้นำข้อมูล จนทำให้สังคมเกิดความอคติกับกลุ่มชาติพันธุ์ รวมทั้งอยากให้สื่อฯ ช่วยตรวจสอบเพื่อให้การดำเนินคดีเป็นตามรูปคดี เพราะเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เพียงเป็นเรื่องที่คนในประเทศให้ความสนใจ แต่ยังได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติ หากทำคดีถูกต้องก็จะเป็นหน้าตาของประเทศด้วย
ด้านน.ส.รัตนาภรณ์ กล่าวยืนยันว่า ทางเครือข่ายทำงานร่วมกับนายชัยภูมิ รู้ดีว่าชัยภูมิเดินในเส้นทางของการเป็นนักกิจกรรม ซึ่งทางเครือข่ายก็ยังมีความสงสัยในหลายประเด็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น นายชัยภูมิขนยาบ้าจริงหรือไม่ นายชัยภูมิขัดขืนโดยใช้ระเบิดจริงหรือไม่ และมีการทำร้าย ซ้อม ก่อนฆาตกรรม ถือเป็นการทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐ พยายามที่จะให้ข่าว ว่านายชัยภูมิขนยาเสพติด ถือเป็นการละเมิดสิทธิของนายชัยภูมิ ทั้งที่ข้อเท็จจริงยังไม่ได้รับการพิสูจน์ รวมทั้งไม่น่าจะเกิดขึ้นเพราะชัยภูมิมีฐานะเป็นเยาวชน จึงอยากเรียกร้อง ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐหยุดการให้ข่าวที่เป็นการละเมิดสิทธิเด็ก ผลผู้ใหญ่ก็ไม่ควรสนับสนุนการละเมิดสิทธิเด็ก การไต่สวนข้อเท็จของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยากให้มีหน่วยงานกลาง เช่น กรรมการสิทธิ องค์อิสระ หรือ องค์กรนานชาติเข้ามาร่วมตรวจสอบ เพื่อให้ความจริงประจักษ์แก่สังคม และขอให้หยุดข่มขู่คุกคามเพื่อนและญาติของชัยภูมิ รวมถึงนายพงศนัย แสงตะหล้า ซึ่งถูกจับกุมในวันเกิดเหตุ
“เราจะยังสานฝันของชัยภูมิ เพราะเป็นฝันเดียวกับเราต่อไป แต่สิ่งที่เราอยากให้เกิดขึ้นตอนนี้ก็คือ ขอให้คืนความเป็นธรรมสู่เพื่อนเราก่อน” นางสาวรัตนาภรณ์กล่าวถึงเพื่อนอย่างซาบซึ้ง
นางอังคณา กล่าวว่า การตรวจสอบของ กสม.ในส่วนของการวิสามัญฆาตกรรมเกินกว่าเหตุหรือไม่ เป็นหน้าที่ของคณะอนุกรรมการฯ ที่มีนายชาติชาย สุทธิกลม เป็นประธาน แต่ในกรณีนี้นักปกป้องสิทธิ์ในพื้นที่ ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงของนายชัยภูมิถูกคุกคาม โดยมีการนำกระสุนปืนไปว่างไว้หน้าบ้าน โดยเรื่องการปกป้องสิทธิของนักสิทธิมนุษยชน กสม.ให้ความสำคัญจึงได้ให้มีการไปลงบันทึกประจำวันไว้ และในวันพรุ่งนี้ตนจะเดินทางลงพื้นที่ หากเป็นไปได้จะมีการหารือกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เรื่องการคุ้มครองพยาน อย่างไรก็ตามในคดีของนายชัยภูมิ ตามกฎหมายจะต้องถือว่าผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา ยิ่งผู้ถูกกล่าวหาเสียชีวิตโดนการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ จึงต้องมีการพิสูจน์ว่าเป็นโดยถูกต้องหรือไม่ การชันสูตรผลิกศพมีการดำเนินการโดยถูกต้องตามหลักการหรือไม่เสียก่อน ส่วนชัยภูมิจะเกี่ยวข้องกับนาเสพติดหรือไม่ ก็ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ดังนั้นจึงอยากของให้ทุกคนได้โปรดเคารพสิทธิ์ในการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมแม้ชัยภูมิจะเป็นคนไร้สัญชาติก็ตาม



