
ติวเข้ม“ศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ”สั่งสนองโจทย์“บิ๊กตู่"
“ปลัดมท.”สั่งเข้มภารกิจ“ศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ” สั่งสนองโจทย์ “บิ๊กตู่” สางปัญหาร้องเรียนค้างเก่า เน้นดูแลปชช.ทุกมิติ
22 มี.ค.60 – นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (Workshop)เพิ่มทักษะให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานศูนย์ดำรงธรรมให้มีประสิทธิภาพ เข้มแข็ง ยั่งยืนประจำปี 2560 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเพิ่มทักษะบุคลากรของศูนย์ดำรงธรรมให้รองรับภารกิจการบริการและการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนา ประกอบด้วย ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ เครือข่ายงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เจ้าหน้าที่ในส่วนกลาง กรุงเทพมหานคร สำนักงานเขต50 เขต รวมทั้งสิ้น 235 คน
นายกฤษฎา กล่าวว่า กว่า 2 ปีที่ผ่านมาศูนย์ดำรงธรรมได้ปฏิบัติภารกิจ ทั้ง 7 มิติได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลที่ได้จัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมขึ้นมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานระดับจังหวัดให้สามารถบริการประชาชนได้อย่างเสมอภาค มีคุณภาพ รวดเร็ว ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน ถือว่าเห็นผลงานเป็นที่น่าพอใจ และมีประชาชนเข้ามารับบริการและร้องเรียนร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรมเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังได้ทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนภารกิจที่เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล อาทิ การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ปัญหายาเสพติด เรื่องที่ดินทำกินและการประกอบอาชีพ ตลอดจนการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่ ถือว่ามีการทำงานในเชิงรุกมากกว่าในอดีตที่ผ่านมา
สำหรับการทำงานในปี 2560 และในอนาคตต่อไป ได้กำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติงานที่ชัดเจน มีเอกภาพ มีการพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานทุกๆด้าน และเน้นการพัฒนาบุคลากรของศูนย์ ดำรงธรรมให้มีความพร้อมในการทำงานทุกมิติ การสัมมนาในครั้งนี้จะเป็นการเสริมสร้างสมรรถนะให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน ได้บูรณาการการทำงานร่วมกันทุกหน่วยงาน โดยมีการกำหนดหลักสูตรที่สำคัญ อาทิ การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ การทวงหนี้ผิดกฎหมาย หรือการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร และเทคนิควิธีการเจรจาประนีประนอม เพื่อนำความรู้ไปใช้ในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะปัญหาที่ยุ่งยากซับซ้อน
ปลัดมท. กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา ให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบเรื่องราวร้องเรียนที่ค้างการพิจารณามานานหรือไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ โดยให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในรัฐบาลชุดนี้ การทำงานในปี 2560 จึงมีความท้าทายและเป็นโจทย์สำคัญที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมแรงร่วมใจพัฒนาการทำงาน และทำหน้าที่เป็นตัวแทนของรัฐบาล มีเป้าหมายสำคัญ คือ การบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชนทำให้คนไทยทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตามศูนย์ดำรงธรรมจะต้องเป็นหน่วยเติมเต็มการบริการประชาชนของทุกส่วนราชการ และแก้ไขปัญหาในพื้นที่ที่ยังดำเนินการไม่สมบูรณ์ ส่งต่อการบริการซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการอื่นหรือเป็นอำนาจของผู้บริหารส่วนกลางได้อย่างรวดเร็ว และต้องเป็นหน่วยประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และความเข้าใจให้แก่ประชาชน ที่มีเรื่องทุกข์ร้อนหลากหลาย ดังนั้นบุคลากรของศูนย์ดำรงธรรมต้องเป็นผู้มีความรอบรู้งาน โครงสร้างของส่วนราชการ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับประชาชนทุกด้าน รวมทั้งต้องรู้พื้นที่ สามารถประเมินสถานการณ์ได้ดี และจัดระบบข้อมูลข่าวสาร ให้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนด้วย



