ยธ.เปิดตัวแอพฯ แจ้งเหตุ "เด็กแว้น - ร้านเหล้าผิดกฎหมาย"
ยธ. จับมือ GITSDA เปิดตัวแอพฯ iZA แจ้งเหตุ "เด็กแว้น - ร้านเหล้าผิดกฎหมาย" หวังประชาชนร่วมแจ้งเบาะแส
นายวิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน น.อสมศักดิ์ ขาวสุวรรณ รองปลัดกระทรวงจิดิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และน.ส.สุภาพิศ ผลงาม รองผอ.สำนักพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) หรือจิสด้า ร่วมแถลงการทดลองใช้ระบบแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า iZA ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นที่ใช้ในการ การแจ้งเหตุการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 22/ 2558 ด้วยระบบสารสนเทศ ภูมิศาสตร์( GIS) เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทางหรือเด็กแว้น และการควบคุมสถานบริการหรือสถานบันเทิงใกล้บริเวณสถานการศึกษาเปิดเกินเวลา ขายสุราให้เด็กและเยาวชน
นายวิศิษฎ์ กล่าวว่า การใช้ระบบแอพพลิเคชั่นแจ้งเตือนเป็นการยกระดับการทำงานของเจ้าหน้าที่และประชาชนเพื่อช่วยในการช่วยกันการทำผิดกฎหมายของสถานบริการหรือร้านจำหน่ายสุรา สถานบันเทิงที่อยู่นอกโซนหรือที่ถูกสั่งปิดไปแล้วและมีการลักลอบเปิดให้บริการใหม่ ซึ่งโปรแกรมดังกล่าวจะแบ่งเป็น 2 ระบบ คือ ระบบแจ้งเหตุการณ์ทำผิดกฎหมายผ่านแอพพลิเคชั่น และurl :http: //bit.ly/2i99Vko
ซึ่งจะแจ้งเหตุการณ์กระทำความผิดของร้านจำหน่ายสุราและสถานบันเทิง รวมทั้งร้านเหล้าที่สถานบันเทิงที่ทับซ้อนเขตโซนนิ่ง โดยระบบนี้รองรับเฉพาะแอนดรอยด์
“ทั้ง 2 ระบบเป็นแบบ Demo ยังไม่สามารถใช้ในการเอาผิดตามกฎหมายได้จริง ใช้เพื่อทดสอบระบบการใช้งานภาคประชาชนในช่วง 2-3 เดือนนี้ ในเขตพื้นที่กทม.เขตพื้นที่ปริมณฑล และในจังหวัดใหญ่ๆ เช่น นครราชสีมา เชียงใหม่ ขอนแก่น ภูเก็ต ก่อนที่จะมีการพัฒนาเป็นระบบเพื่อใช้ในทางกฎหมายในอนาคต ซึ่งต่อไปหากนำระบบดังกล่าวมาใช้เต็มระบบให้ครอบคลุมทุกพื้นที่แล้วในกรณีที่คดีทำผิดพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และมีการติดตามรับแจ้งข้อมูลจากประชาชนก็จะทำให้เกิดสินบนนำจับได้”อธิบดีกรมพินิจฯกล่าว
ด้านนอ.สมศักดิ์ กล่าวว่า.ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการทดสอบระบบในพื้นที่เป้าหมายของกทม.ทำเสร็จแล้วกว่า 10,000 แห่ง โดยต่อไปจะใช้ระบบคลาว(cloud) ซึ่งจะเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆในลักษณะแบบเรียลไทม์ สำหรับการทดลองใช้การใช้ระบบจีไอเอสจะมีการระบุจุดสำคัญของเส้นทางและสถานบันเทิงตามข้อมูลที่กรมสรรพามิตรและกทม.กำหนดชัดเจนแล้วทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบง่ายขึ้น และสามารถนำมากำหนดนโยบายป้องกันปัญหาต่างๆทั้งการเปิดร้านเหล้าหรือสถานบันเทิงเกินเวลา
หรือการกำหนดพื้นที่ปลอดภัย พื้นที่เสี่ยงในการแข่งรถจักรยานยนต์ได้เช่นกัน ทั้งนี้ในอนาคตจะมีการบูรณการข้อมูลเชื่อมต่อกับสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)เรื่องความมั่นคง กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติ เรื่องการบริหารแวดจัดการน้ำและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะมีการเชื่อมต่อกับระบบเนตประชารัฐ 30,000 หมู่บ้าน และจะทำให้ครบ 74,000 หมู่บ้านเพื่อจัดทำฐานข้อมูลดูและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยระบบนี้จะทำให้เจ้าหน้าที่รัฐและประชาชน ตรวจสอบการทำงานระหว่างกันได้
ขณะที่น.ส.สุภาพิศ กล่าวว่า ขณะนี้จิสด้าได้พัฒนาระบบการบริหารจัดการโดยใช้จีไอเอสให้กับกรมพินิจฯเพื่อกำหนดพื้นที่โซนนิ่งป้องกันปัญหาเด็กแว้นและการทะเลาะวิวาท โดยมีประชาชนช่วยแจ้งเตือนมายังภาครัฐในระบบแอพพลิเคชั่นจะมีการใช้ประชาชนแจ้งชื่อ นามสกุล และจุดเกิดเหตุ รวมทั้งภาพเคลื่อนไหวเข้าสู่ระบบ เมื่อเจ้าหน้าที่ข้อมูลก็จะตรวจสอบได้ทันทีว่าเกิดเหตุใดขึ้น ซึ่งข้อมูลการรับแจ้งจะเป็นความลับจากนั้นเจ้าหน้าที่นำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อแจ้งเตือนและกำหนดนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาในอนาคต ทั้งนี้คาดว่าจะพัฒนาระบบดังกล่าวให้ใช้ได้อย่างสมบูรณ์และมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายได้ภายใน 3 ปี ในสหรัฐอเมริกามีการนำระบบ Geoint มาใช้ตรวจสอบการเกิดเหตุร้ายในพื้นที่ต่างๆได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจีสด้าก็จะพัฒนาระบบในลักษณะนี้เพื่อให้สามารถติดตามและแจ้งเตือนเหตุร้ายได้ ซึ่งไทยจะพัฒนาระบบแจ้งเตือนการทำผิดกฎหมาย ซึ่ง 2-3ปีนี้จะเห็นผลชัดเจน



