ข่าว

ร้องเอาผิด 157 ปปง.ปิดบังเส้นทางเงินแชร์ไอโฟน

ร้องเอาผิด 157 ปปง.ปิดบังเส้นทางเงินแชร์ไอโฟน

22 มี.ค. 2560

ร้อง เอาผิด "ขรก.ปปง." ตรวจสอบผู้ต้องหาแชร์ไอโฟนพบเส้นทางการเงิน 6,000 ล้านบาท แต่ไม่รายงานผู้บังคับบัญชา

 


          22 มี.ค.60 - นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการ ป.ป.ท. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีอาญากับน.ส.จาริณี ลิขิตธรรมวานิช อายุ 36 ปี กับพวกซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในฐานะเจ้าพนักงานของรัฐตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เนื่องจากน.ส.จาริณี กับพวก ได้ตรวจสอบพบเส้นทางการเงินของผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ที่มีเงินกว่า 6,000 ล้านบาท แต่หลังจากตรวจพบแล้วกลับไม่รายงานต่อผู้บังคับบัญชาและคณะกรรมการธุรกรรมทางการเงิน จึงไม่ได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาฐานฟอกเงิน            
          นายอัจฉริยะ กล่าวว่า สำหรับกรณีดังกล่าวสืบเนื่องจาก เมื่อปี 2557 กองบังคับการปราบปรามได้มีการดำเนินคดีกับนายมนัส โชติขัน กับพวก ที่มีพฤติการณ์หลอกขายโทรศัพท์มือถือ หรือแชร์ไอโฟน กับผู้เสียหาย 8 ราย เป็นเงิน 65 ล้านบาท ต่อมาได้ส่งเรื่องไปให้ปปง.ดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยมีน.ส.จาริณี กับพวก เป็นคณะทำงานตรวจสอบเส้นทางการเงินในคดีดังกล่าว ซึ่งจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่ามีการโอนเงินไปให้กับร้านค้าโทรศัทพ์มือถือที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เป็นจำนวนมากมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท แต่ปรากฏว่าน.ส.จาริณี กับพวก ไม่ได้รายงานผลการตรวจสอบให้กับผู้บังคับบัญชาและคณะกรรมการธุรกรรมได้รับทราบ จึงเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ไม่ฟ้องผู้ต้องหาฐานฟอกเงิน ทั้งนี้ การตรวจสอบเส้นทางการเงินมีเพียงแค่บัญชีธนาคารเงินฝาก ธนาคารกสิกรไทย เพียงแห่งเดียว โดยคาดว่ายังมีอีกหลายบัญชีธนาคารที่ยังปกปิดไว้ และไม่ได้รายงานให้กับผู้บังคับบัญชาทราบ และคาดว่าจะมีมูลค่าความเสียหายกว่า 10,000 ล้านบาท ตนจึงเดินทางมาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ ป.ป.ท. ในวันนี้ โดยได้นำพยานหลักฐานเป็นคำให้การของน.ส.จาริณี ที่ให้เคยให้การต่อศาลมามอบให้ด้วย   
          ด้าน นายประยงค์ กล่าวว่า ตนจะรับเรื่องดังกล่าวไว้ตรวจสอบ โดยขั้นตอนหลังจากนี้ ป.ป.ท. จะตรวจสอบข้อเท็จจริง หากมีมูลความผิดจะเสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ท. เพื่อพิจารณาตั้งอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จริง และหากพบว่ามีผู้บริหารของ ปปง. เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ก็จะส่งเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ทำการตรวจสอบต่อไป ทั้งนี้ เราจะพิจารณาเรื่องที่เกิดขึ้นให้ละเอียดรอบคอบ และให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย แต่ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าจะใช้ระยะเวลาเท่าไรในการตรวจสอบ.