ข่าว

ทุกวันนี้เปิดทีวีเห็นข่าวในหลวง ร.9 ยังร้องไห้ตลอด

ทุกวันนี้เปิดทีวีเห็นข่าวในหลวง ร.9 ยังร้องไห้ตลอด

22 มี.ค. 2560

ปลาบปลื้มเหมือนเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้ใกล้ชิดพระองค์มากที่สุด แต่ก็เสียใจในเวลาเดียวกันเพราะไม่มีพระองค์ท่านอยู่กับพวกเราแล้ว

          ทุกวันนี้เปิดทีวีเห็นข่าวในหลวง ร.9 ยังร้องไห้ตลอด  

            วันที่ 22 มีนาคม บรรยากาศการเข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเปิดให้ประชาชนจากทั่วประเทศเข้าถวายความอาลัย เป็นวันที่ 140 โดยเจ้าหน้าที่เปิดประตูตั้งแต่เวลา 04.50 น. ให้กลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุที่นั่งรถเข็นได้เข้าไปก่อนต่อด้วยประชาชนทั่วไปเดินเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบท่ามกลางสภาพอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนในช่วงเช้าและเริ่มร้อนจัดชาวงสายไปจนถึงเย็น


ทุกวันนี้เปิดทีวีเห็นข่าวในหลวง ร.9 ยังร้องไห้ตลอด      

            นางกาญจนา ทองสง อายุ 55 ปี อาชีพทำสวนยาง ชาวบ้านนาเมืองเพชร อ.สิเกา จ.ตรัง เดินทางมากับพี่สาวและพี่เขย เล่าว่า ลูกชายรับปริญญาที่กรุงเทพฯ จึงเดินทางจากบ้านเกิดมาร่วมยินดี และถือโอกาสชักชวนกันมากราบสักการะพระบรมศพ โดยเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ครั้งแรกเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ ตอนนั้นรอคิวนาน 5 ชั่วโมง แต่วันนี้มาถึงสนามหลวงตอน 07.00 น.และได้เข้ากราบเวลา 09.00 น.ถือว่าเร็วมาก ทุกครั้งรู้สึกปลาบปลื้มใจเราเป็นคนไทยรักในหลวงมาก ตอนท่านสวรรคตดูข่าวโทรทัศน์เห็นจอเป็นสีขาวดำก็ตกใจเรียกคนทั้งบ้านมาดูในหลวงเป็นอะไรหรือเปล่า พอรู้ว่าท่านสิ้นดูข่าวทีไรร้องไห้ตามตลอดจนหลานเข้ามาถามทำไมย่าน้ำตาไหล ก็บอกหลานว่าในหลวงจากไปแล้ว 
     "เคยไปรอรับเสด็จพระองค์ท่านตอนอายุ 10 กว่าปี ท่านมาที่สนามกีฬาตรังเพื่อเยี่ยมทุกข์สุขประชาชน ก็รู้ว่าเป็นในหลวงนะ ได้อยู่ระยะไม่ไกลมาก ดีใจมากๆ ยกมือท่วมหัวเลยตอนนั้น เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวจริงๆ หลังจากนั้นก็เห็นท่านตามข่าว คงไม่มีใครประเสริฐกว่าท่านอีกแล้ว ชีวิตนี้โชคดีเหลือเกินที่ได้เกิดมาบนแผ่นดินของท่าน ตั้งใจว่าจะทำความดีถวาย บอกลูกหลานด้วย อะไรดีๆ ก็ทำไปใครไม่รู้อย่างน้อยตัวเราเองรู้ นอกจากนี้จะปลูกฝังลูกหลานให้รู้จักพึ่งพาตัวเองให้ได้ ใช้จ่ายอย่างประหยัด อดออมให้เป็น เดินตามคำสอนของท่าน เชื่อว่าจะเป็นสิริมงคลกับชีวิตและสามารถอยู่ได้ในยุคที่ข้าวยากหมากแพง" นางกาญจนา กล่าว
     

ทุกวันนี้เปิดทีวีเห็นข่าวในหลวง ร.9 ยังร้องไห้ตลอด

       นางดรุณี สิงหศักดิ์ อายุ 55 ปี ครูโรงเรียนบ้านทุ่งโป่ง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ใช้ช่วงเวลาปิดภาคเรียนมาพร้อมกับเพื่อนครูจำนวน 9 คน เพื่อกราบพระบรมศพเป็นครั้งแรก เผยว่า รู้สึกปลาบปลื้มเหมือนเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้ใกล้ชิดพระองค์มากที่สุด แต่ก็เสียใจในเวลาเดียวกันเพราะไม่มีพระองค์ท่านอยู่กับพวกเราแล้ว ตอนที่ได้เข้าไปกราบพระบรมศพแม้เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็พยายามมองดูรายละเอียดบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทต่างๆ เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำ เพราะที่ผ่านมาเคยได้เฝ้าฯ รับเสด็จเมื่อครั้งที่ในหลวงร.9 เสด็จฯ ยังภาคเหนือ ซึ่งทุกครั้งก็จะเห็นเพียงรถยนต์พระที่นั่งวิ่งผ่าน ไม่ได้เห็นพระองค์ท่านชัดๆ แต่ก็ถือเป็นบุญของตัวเองทั้งนี้เพราะด้วยเรารักท่านมาก เห็นได้จากที่ท่านเสด็จฯ ไปช่วยเหลือชาวบ้านยังถิ่นทุรกันดาร โดยเฉพาะทางภาคเหนือที่ทรงสร้างโครงการในพระราชดำริต่างๆ  ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย อ.ม่อนแจ่ม ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยฮ่องไคร้ สร้างฝายกักเก็บน้ำ ทรงปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกจากเมื่อก่อนชาวเขาปลูกฝิ่น ทำไร่เลื่อนลอย แต่ตอนนี้หันมาปลูกพืชผักเมืองหนาว มีอาชีพและรายได้  เหมือนท่านทรงปูพื้นฐานชีวิตและอนาคตของลูกหลานคนไทย 
     ส่วนตัวยึดคำสอนเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต และนำมาสอนลูกศิษย์ด้วย พยายามอธิบายให้เด็กๆ เข้าใจ เพราะบางคนเคยได้ยินแต่ไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้เพราะอยู่ในยุคเทคโนโลยีใกล้ตัว โดยนำตัวอย่างจากโครงการในพระราชดำริต่างๆ ที่อยู่รอบตัวมาประกอบให้เด็กเห็นเป็นรูปธรรม อีกทั้งตัวเองยังยึดพระองค์เป็นแบบอย่างและทำตามคำสอนที่ทรงบอกแก่ครูทั่วประเทศว่าให้รู้จักหน้าที่ ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และตั้งใจมอบความรู้ให้เด็กๆ อย่างเต็มที่
       

ทุกวันนี้เปิดทีวีเห็นข่าวในหลวง ร.9 ยังร้องไห้ตลอด      

        ทั้งนี้ สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 21 มีนาคม มีจำนวน 29,270 คน รวม 139 วัน มียอดสะสม 5,461,163 คน และมีการถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศล 2,082,261.75 บาท มียอดเงินรวมทั้งสิ้น 454,847,771.59 บาท