
กัดดาฟีกับ40ปีบนหลังเสือ (2)
อย่างไรก็ดี พญาอินทรีอเมริกาก็ไม่อยากจะตัดสวาทขาดไมตรีอย่างสิ้นเยื่อใยกับลิเบีย เพราะไม่อยากทิ้งขุมทรัพย์โซโลมอน โดยเฉพาะแหล่งน้ำมันสำรองที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของทวีปแอฟริกา ซึ่งประเทศตะวันตกต่างจ้องตาเป็นมัน
จนแย่งกันเอาใจกัดดาฟีอย่างไม่เคยปรากกมาก่อน ไม่ว่าจะกรณีประธานาธิบดีของสวิตเซอร์แลนด์ยอมออกปากขอโทษที่ตำรวจจับกุมนายฮันนิบาล ลูกชายคนหนึ่งของกัดดาฟีเมื่อปีที่แล้ว หรือกรณีนายซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี ประธานาธิบดีจอมอื้อฉาวแห่งอิตาลี เดินทางไปร่วมงานฉลอง 40 ปีการปฏิวัติของกัดดาฟีด้วย
เหตุนี้จึงไมใช่เรื่องแปลก ที่จู่ๆ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำซูดานจะออกปากว่า รู้สึกประทับใจในความพยายามของลิเบีย ที่ช่วยนำความสงบสุขกลับคืนสู่เมืองดาร์ฟูร์อีกครั้ง หลังจากมีผู้เสียชีวิตนับแสนนับล้านคนจากสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ก่อนจะตบท้ายด้วยการหยอดคำหวานว่า ชาวอเมริกันรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นหุ้นส่วนกับชาวลิเบีย
40 ปีที่เฝ้ารอคอยคำคำนี้ นับว่าคุ้มแสนคุ้มจริงๆ ไม่ต้องพูดไกลไปถึงเอกเบี้ยดอกผลที่งอกเงยอย่างแทบไม่น่าเชื่อ เมื่อลิเบียสามารถแผ่ขยายอิทธิพลบารมีไปยังทวีปแอฟริกา กระทั่งได้เป็นประธานสหภาพแอฟริกา ที่มีสมาชิกอยู่ 53 ประเทศ
เพราะเหตุนี้ กัดดาฟีจึงกล้าประกาศด้วยความผยองเมื่อปีที่แล้วว่า ตัวเองเป็น "ผู้นำแห่งอาหรับ เป็นมหาราชันแห่งราชาทั้งหลายในแอฟริกา และเป็นอิหม่ามของชาวมุสลิม"
ถึงแม้ว่าจะได้ชัยชนะในศึกนอก แต่ศึกในประเทศก็ยังไม่ค่อยราบรื่นนัก ตราบใดที่ความฝันอันสูงสุดประการหนึ่งของตัวเองยังไม่เป็นจริงขึ้นมาได้ นั่นก็คือ การผลักดันให้นายเซอิฟ อัล อิสลาม วัย 37 ปี ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนที่ 2 จากทั้งหมด 8 คน ได้เป็นทายาทการเมือง เหมือนกับการสถาปนาราชวงศ์กัดดาฟีขึ้นในลิเบีย เนื่องจาก "กลุ่มโอลด์การ์ด" ที่เคยเป็นฐานกำลังสนับสนุนมาตั้งแต่แรกได้ขัดขวางมาตลอด
กลุ่มนี้อ้างว่า ไม่เห็นด้วยกับแผนปฏิรูปเศรษฐกิจและการเมืองของนายซาอิฟ ที่ต้องการจะร่วมทุนกับตะวันตกในการขุดเจาะน้ำมัน รวมทั้งขยายอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการพัฒนาเศรษฐกิจ กลายเป็นชนวนขัดแย้งกับกลุ่มหนุ่มที่สนับสนุนนายซาอิฟ ซึ่งไม่พอใจที่แผนปฏิรูปเศรษฐกิจไม่เดินหน้าเสียที
ช่วงนี้ นายเซอิฟ อัล อิสลาม จึงพยายามสร้างฐานอำนาจของตัวเองขึ้นมาใหม่ ด้วยการเปิดสถานโทรทัศน์แห่งใหม่ขยายจากสถานีโทรทัศน์ อัล-มูตาวัสซิต ที่รัฐบาลคุมอยู่ นอกเหนือจากเปิดหนังสือพิมพ์อีก 2 ฉบับ หวังจะเป็นกระบอกเสียงส่วนตัว
ศึกชิงทายาทการเมืองคงจะไม่จบลงง่ายๆ อยู่ที่ว่ากัดดาฟีจะแข็งแกร่งอีกนานขนาดไหน
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์



