ข่าว

"การเมือง-ส่งออก"ความเสี่ยงเศรษฐกิจไทย

"การเมือง-ส่งออก"ความเสี่ยงเศรษฐกิจไทย

31 ส.ค. 2552

ฟิทช์เตือนการเมืองตัวถ่วงการเติบโตของไทย ขณะที่การส่งออกเป็นเรื่องท้าทาย คาดปีนี้จีดีพีหดตัว 3.1% จากเดิมคาดลงลึกถึง 4.5% แนะรัฐบาลเดินตามนโยบายที่ประกาศไปให้ได้ ธปท.เผยความเชื่อมั่นเดือนกรกฎาคมลดลง หลังน้ำมันแพง คำสั่งซื้อสินค้าเริ่มแผ่ว

นายเจมส์ แมคคอร์แมค กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายเรทติ้งประเทศ แถบเอเชีย-แปซิฟิกของฟิทช์ เรทติ้งในฮ่องกง กล่าวในงานสัมมนาประจำปีว่าด้วยแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2553 จัดโดยฟิทช์ เรทติ้งส์ หรือ ฟิทช์ ในหัวเรื่อง "แนวโน้มเศรษฐกิจโลกและไทย" ว่า ขณะนี้ฟิทช์ยังไม่คิดจะปรับลดเรตติ้งไทย เพราะแนวโน้มของไทยยังมีเสถียรภาพ สถานะการคลังของภาครัฐยังแข็งแกร่ง โดยคาดว่าในปีนี้ไทยจะมีอัตราเติบโตติดลบ 3.1% จากเดิมที่คาดไว้ว่าจะหดตัวราว 4.5% หลังจากที่รัฐบาลใช้การคลังกระตุ้นเศรษฐกิจก็ไม่คิดว่าเศรษฐกิจไทยจะแย่ลง

 "การเมืองไทยเป็นปัจจัยหลักตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา ตอนนี้ฟิทช์อาจยังรับได้กับสถานการณ์ความวุ่นวายของการเมืองไทยที่ส่งเสียงดังตลอดเวลาช่วงนี้ และอาจจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเรตติ้งตอนนี้ แต่ที่ผ่านมาเราเคยปรับลดเรตติ้งไทยลง 1 ขั้น เพราะสถานการณ์การเมือง ดังนั้น สิ่งสำคัญยิ่งกว่าตอนนี้ คือ ต้องดูว่าการเมืองส่งผลกระทบมากขึ้นต่อเศรษฐกิจหรือไม่" นายแมคคอร์แมค กล่าวเตือน

 อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของการเมืองไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลต่อการบริโภคบั่นทอนความเชื่อมั่นผู้บริโภค จนส่งผลต่อเนื่องไปถึงการลงทุนในประเทศลดลงตามไปด้วย เพราะไม่แน่ใจกับความไม่แน่นอนทางการเมือง จึงส่งผลโดยตรงฉุดการเติบโตของประเทศแย่ลง และจุดอ่อนที่รัฐบาลควรแก้ไข เพื่อให้การเติบโตของเศรษฐกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่อง คือ การทำให้นโยบายทางการเมืองและเศรษฐกิจของรัฐบาลเป็นไปตามที่ได้ประกาศไว้ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ เพราะในอดีตรัฐบาลมักประกาศแผนมีโครงการใหญ่ๆ ออกมาพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน แต่จากนั้นกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างจริงจัดหรือชัดเจน

 นายแมคคอร์แมคมองว่า อุปสรรคที่ขัดขวางการเติบโตของไทยคือ ปัญหาการเมืองที่ยังไม่จบ และความไม่แน่นอนทางการเมือง จะเป็นอุปสรรคสำคัญมากที่สุดไม่ว่าจะเป็นปีนี้ปีหน้าหรือในระยะยาว และอุปสงค์ในต่างประเทศเป็นอุปสรรคอย่างมากอีกเรื่องหนึ่งที่ขวางการเติบโตของไทย แนวโน้มการส่งออกในต่างประเทศถือเป็นปัญหาท้าทายสำหรับเศรษฐกิจแบบเปิดและพึ่งพาส่งออกอย่างไทย

 นางอมรา ศรีพยัคฆ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงตัวเลขเศรษฐกิจไทยประจำเดือนกรกฎาคม ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในเดือนนี้ปรับลดลงมาอยู่ที่ ระดับ 45 จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 46.3 และยังคงต่ำกว่าระดับ 50 อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากการผลิตและคำสั่งซื้อทั้งในและต่างประเทศที่ปรับตัวลดลง เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น