
ขีดเส้น1เดือนจี้ "แพท"ส่งเอกสารแจงที่มาเงิน-ยื้อเจอหมายจับ
ปส.ให้เวลา“แพท ณปภา”1เดือนแสดงเอกสารการเงิน หากดื้อเจอหมายจับร่วมกันฟอกเงินทันที เตรียมเรียกบริษัทจ้างงานดาราสาว แจงที่มาเงินค่าจ้าง
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 21 มีนาคม พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รอง ผบช.ปส. เปิดเผยว่า จากการที่ น.ส.ณปภา ตันตระกูล หรือแพท เดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวน บช.ปส. นั้น เพื่อมาให้ปากคำในประเด็นที่พนักงานได้สอบถามถึงที่มาของเงินในบัญชี ที่มีการตรวจสอบแล้วพบว่าเงินดังกล่าวนั้น นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ “เบนซ์ เรซซิ่ง” เป็นผู้โอนเข้ามาในบัญชีของ น.ส.ณปภา ซึ่งจากการสอบสวน น.ส.ณปภา ให้การว่า เงินดังกล่าวเป็นเงินของตนได้มาจากการทำงานและเป็นเงินที่มีบุคคล บริษัท ว่าจ้างให้ไปทำงาน โดยหลังจากที่รับเงินจากผู้ว่าจ้างแล้วก็ได้นำไปให้กับนายอัครกิตติ์ เพื่อนำฝากเข้าบัญชี แล้วค่อยโอนกลับมาให้ เนื่องจากไม่เวลาที่จะนำเงินหรือเช็คเงินสดที่ได้มานั้นไปฝากเข้าธนาคารด้วยตนเอง
พล.ต.ต.ชาตรี กล่าวอีกว่า จากคำให้การของ น.ส.ณปภา พนักงานสอบสวนยังไม่ปักใจเชื่อ จึงร้องขอให้ทาง น.ส.ณปภา นำหลักฐานการรับเงินจากการว่าจ้างและเอกสารสัญญาจ้างทั้งหมดมาให้กับพนักงานสอบสวน สำหรับการชี้แจงแสดงความบริสุทธิ์ว่า เงินดังกล่าวได้มาจากการทำงานของตัวเองซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเงินที่ได้มาจากนายอัครกิตติ์แต่อย่างใด เพื่อประกอบสำนวนคดีโดยเร็วที่สุด หรือภายใน 1 เดือน แต่หาก น.ส.ณปภา ไม่นำเอกสารดังกล่าวมาให้กับพนักงานสอบสวนตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด ก็จะมีความผิดฐาน มาให้ปากคำให้การช่วยเหลือผู้ต้องหา ทางพนักงานสอบสวนก็จะแจ้งข้อหา ร่วมกันฟอกเงิน
พล.ต.ต.ชาตรี กล่าวด้วยว่า ในระหว่างที่รอ น.ส.ณปภา นำเอกสารหลักฐานสัญญาการว่าจ้างต่างๆมามอบให้นั้น ทางพนักงานสอบสวนก็จะเดินทางไปติดต่อขอสเตทเม้นท์ เพื่อตรวจสอบรายการบัญชีเงินเข้า-ออก ของ น.ส.ณปภา กับทางธนาคาร เพื่อประกอบสำนวนคดีอย่างเร็วที่สุด ในส่วนของการว่าจ้าง น.ส.ณปภาในการทำงานนั้น ทราบว่าเป็นบุคคล ซึ่งขณะนี้ได้มีการติดต่อให้บุคคลดังกล่าวนำเอกสารสัญญาการว่าจ้างดังกล่าวและเข้ามาให้ปากคำในฐานะพยานกับพนักงานสอบสวนภายในสัปดาห์นี้ หรืออย่างช้าไม่เกินสัปดาห์หน้า ขณะเดียวกันหาก น.ส.ณปภา นำเอกสารสัญญาว่าจ้างต่างๆมาแสดง ก็จะต้องเรียกคู่สัญญามาสอบในฐานะพยานให้คลายข้อสงสัยทั้งหมด ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร



