ข่าว

กพท.เสนอ สร้างสนามบินใหม่เพิ่มอีก 3 แห่ง

กพท.เสนอ สร้างสนามบินใหม่เพิ่มอีก 3 แห่ง

21 มี.ค. 2560

โดย -โต๊ะข่าวเศรษฐกิจ

  นายจุฬา จุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยว่า กพท. ได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ศึกษาแผนแม่บทท่าอากาศยานระยะ 20 ปี โดยขณะนี้อยู่ระหว่างร่างแผนแม่บทฉบับสุดท้ายและจะเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาได้ภาย 2-3 เดือนข้างหน้า

เบื้องต้นมีเกณฑ์ว่า ถ้าประชาชนบริเวณใดใช้เวลาในการเดินทางไปท่าอากาศยานมากกว่า 2 ชั่วโมง ก็จำเป็นต้องสร้างท่าอากาศยานใหม่ แต่ปรากฏว่าไม่มีพื้นที่ใดในประเทศไทยเข้าข่ายดังกล่าว

อย่างไรก็ตามพบว่า ท่าอากาศยานใน 3 พื้นที่รองรับผู้โดยสารเต็มศักยภาพและไม่สามารถลงทุนขยายท่าอากาศในพื้นที่เดิมได้อีก จึงจำเป็นต้องหาพื้นที่สร้างอากาศยานแห่งใหม่ ได้แก่ เขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. สามารถลงทุนขยายท่าอากาศยานดอนเมืองและสุวรรณภูมิสามารถขยายได้ระดับหนึ่งเท่านั้น เช่นเดียวกับท่าอากาศยานเชียงใหม่และท่าอากาศยานภูเก็ต

“ปัจจุบันสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิรองรับประชาชนจากกรุงเทพฯ และปริมณฑลจำนวนมาก ทั้งจาก จ.นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม ฉะเชิงเทรา แม้จะลงทุนขยายสนามบินทั้ง 2 แห่งเต็มที่ แต่ผู้โดยสารก็ยังเติบโตต่อเนื่อง บริเวณนี้จึงอาจต้องมีสนามบินอีกแห่ง แต่ถ้าเรามีรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสนามบินอู่ตะเภาในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง อาจไม่ต้องมีสนามบินแห่งที่ 3 ในกรุงเทพฯ ก็ได้” นายจุฬากล่าว

สำหรับ จ.เชียงใหม่ และภูเก็ต ก็อาจต้องหาพื้นที่ตั้งท่าอากาศยานใหม่ในจังหวัดเดียวกันหรือจะเป็นจังหวัดใกล้เคียงก็ได้ เช่น ท่าอากาศยานเชียงใหม่ก็สามารถขยายไปใน จ.ลำปาง หรือ จ.ลำพูน และท่าอากาศยานภูเก็ต ก็มีเอกชนเสนอจะลงทุน จ. พังงา เพื่อรองรับการเติบโต

เบื้องต้นการลงทุนเป็นไปได้ 3 แนวทาง คือ 1. ภาครัฐลงทุน 2. รัฐวิสหกิจลงทุน และ 3. เปิดให้เอกชนร่วมลงทุนกับภาครัฐ (พีพีพี) ซึ่งผลการศึกษาก็จะเสนอรูปแบบการลงทุนและพื้นที่ที่เหมาะสมกับท่าอากาศยานแห่งละแห่ง มูลค่าการลงทุนเบื้องต้น และแผนในภาพรวม

กพท. จะเสนอแผนแม่บทให้กระทรวงคมนาคมและคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.)พิจารณาเห็นชอบ จากนั้นจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบและจะมีการศึกษาความเหมาะสมเป็นรายท่าอากาศยานอีกครั้งจึงเข้าสู่กระบวนการลงทุนได้

“สนามบินแต่ละสนามบินอาจมีโมเดลการลงทุนแตกต่างกัน แต่ถ้ามันคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์ ภาครัฐก็ไม่ต้องลงทุนเองก็ได้ แต่จะเป็นผู้เวณคืนและให้สัมปทานเอกชนแบบพีพีพี โดยตั้งแต่เริ่มคิดแผนและก่อสร้างสนามบินจะใช้ประมาณ 8 ปี และรองรับความต้องการได้ถึง 20 ปีข้างหน้า ซึ่งประเมินว่าจำนวนผู้โดยสารจะเติบโตเฉลี่ยมากกว่า 5%ต่อปี” นายจุฬากล่าว

นอกจากนี้ ร่างแผนแม่บทฯ ยังเสนอว่า ควรลงทุนขยายท่าอากาศยานที่มีอยู่แล้วประมาณ 10 แห่ง เพื่อให้รองรับการเติบโตได้เพียงพอ เช่น ท่าอากาศยานกระบี่ ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี ท่าอากาศยานขอนแก่น ท่าอากาศยานอุดรธานี เป็นต้น ทั้งนี้ต้องรอให้ผลการศึกษาเสร็จสมบูรณ์ก่อน จึงระบุตัวเลขท่าอากาศยานที่ต้องขยายเพิ่มเติมได้อย่างชัดเจน

สำหรับท่าอากาศยานที่เหลือไม่จำเป็นต้องลงทุนขยายเพิ่มเติม เพราะความสามารถในปัจจุบันเพียงพอต่อปริมาณผู้โดยสารในอนาคตและบางแห่งมีแนวโน้มจะมีปริมาณผู้โดยสารลดลงด้วย เช่น ท่าอากาศยานนครราชสีมา เป็นต้น