ข่าว

การเมืองเรื่องพื้นที่ของการชุมนุม

การเมืองเรื่องพื้นที่ของการชุมนุม

01 ก.ย. 2552

ไม่ว่าจะมีการชุมนุมบริเวณรอบทำเนียบรัฐบาลในช่วงนี้หรือไม่ สิ่งที่น่าจะพิจารณาก็คือการเคลื่อนไหวก่อนการชุมนุมในครั้งนี้ มีลักษณะที่ต่างไปจากการชุมนุมที่ผ่านมา อย่างน้อยในสองเรื่อง นั่นก็คือ การชุมนุมในครั้งนี้มีการขัดกันเองระหว่างเสื้อแดงด้วยกัน และในอีกด

 ในเรื่องแรกนั้น เราคงต้องพิจารณากันต่อไปว่าคนเสื้อแดงนั้นประกอบด้วยใครบ้าง ซึ่งเรื่องนี้นั้นเป็นเรื่องที่น่าสนใจมิใช่เล่น เพราะเรื่องของใครเป็นคนเสื้อแดงนั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับการเคลื่อนไหวเป็นอย่างมาก ทั้งในส่วนของการกำหนดว่าใครเป็นคนเสื้อแดง และใครเป็นผู้นำของคนเสื้อแดง

 ในด้านหนึ่งการที่ความเป็นคนเสื้อแดงไม่มีความชัดเจนและไม่เป็นเอกภาพนั้นอาจจะถูกวิจารณ์ได้ว่าทำให้พลังของการเคลื่อนไหวนั้นไม่มีความเด็ดขาด แน่นอน แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรละเลยก็คือความไม่แน่นอนของการเคลื่อนไหวในแบบเสื้อแดงนั้นเกี่ยวพันกับเรื่องอย่างน้อยสองเรื่อง ซึ่งในเรื่องแรกก็คือความนิยมในตัวของคุณทักษิณ ในขณะที่อีกเรื่องหนึ่งนั้นเกี่ยวพันกับเรื่องของปัญหาในระดับโครงสร้างของสังคมที่ตกทอดมานาน และเอาเข้าจริงก็อาจจะมีส่วนที่เกิดจากการบริหารงานของคุณทักษิณเองด้วยซ้ำ อาทิเรื่องของความยากจน เรื่องของความไม่เสมอภาคในการบังคับใช้กฎหมาย และเรื่องของความยุติธรรม

 เราจึงเห็นได้ว่าความสำเร็จหรือความไม่สำเร็จของการเคลื่อนไหวแบบเสื้อแดงนั้นผูกพันอย่างลึกซึ้งกับความสามารถของแกนนำในการเชื่อมโยงการเคลื่อนไหวในแต่ละครั้งเข้ากับเรื่องราวในระดับโครงสร้างความรู้สึกและปัญหาระดับโครงสร้างที่มีอยู่ในสังคม มากกว่าการสร้างขบวนการที่มีเป้าหมายที่ชัดเจน (หรือแม้ว่าแกนนำหลายคนจะมีเป้าหมายที่ชัดเจน แต่ก็อาจจะไม่สามารถเคลื่อนคนได้)

 สำหรับในส่วนของการประกาศพื้นที่การชุมนุมให้อยู่ใต้พ.ร.บ.ความมั่นคงนั้น ในระดับผิวหน้านั้นอาจเป็นเรื่องของเกมการเมืองของการช่วงชิงมวลชนระหว่างรัฐบาลกับผู้ชุมนุมว่าใครจะมีความชอบธรรมมากกว่ากันในเรื่องของการจูงใจในการมาชุมนุม หรือไม่มาชุมนุม

 แต่เรื่องที่สำคัญก็คือการประกาศพื้นที่ดังกล่าวนี้เป็นการประกาศก่อนจะมีการชุมนุม ซึ่งทำให้ต้องตั้งคำถามว่าเป็นการประกาศที่มีความชอบธรรมและสมเหตุผลแค่ไหน

 เพราะการประกาศพื้นที่ดังกล่าวนั้นทำให้เราตกอยู่ในบรรยากาศของการใช้อำนาจที่เข้มข้นและละเมิดหลักการสำคัญของรัฐธรรมนูญในเรื่องสิทธิเสรีภาพในสังคมประชาธิปไตย (แน่นอนว่าไม่ได้ละเมิดข้อกฎหมายถ้าจะตีความว่ากฎหมายเปิดช่อง) เพราะเป็นการก้าวเข้าไปสู่สภาวะของการใช้อำนาจตามอำเภอใจ ในแบบที่ว่า "ข้าพเจ้ามีอำนาจที่จะจัดการ แต่ข้าพเจ้าอาจไม่จัดการ เพราะข้าพเจ้ามีความเมตตาต่อท่าน"

 วิธีคิดนี้ขัดกับหลักการประชาธิปไตย แต่สร้างความสะดวกสบายให้รัฐในการสร้างความได้เปรียบในการรับมือกับการชุมนุม เพราะการชุมนุมในสังคมประชาธิปไตยแบบไทยนั้นมีลักษณะที่สลับซับซ้อน เพราะเมื่อมีการอ้างสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ก็จะต้องเผชิญกับกฎหมายตัวอื่นๆ เช่นกฎหมายจราจร กฎหมายเรื่องของการใช้เครื่องขยายเสียงเป็นต้น ไม่นับการต่อสู้เรื่องการขอคำคุ้มครองจากศาลต่างๆ ซึ่งทำให้ต้องมีการต่อรองกันตลอดเวลาของการชุมนุมทั้งกับรัฐและกับสาธารณะ

 เขียนมาถึงตรงนี้ไม่ใช่ว่าไม่มีทางออก แต่แทนที่รัฐบาลจะใช้การประกาศพื้นที่ตามพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ รัฐบาลควรแยกแยะการชุมนุมในสังคมประชาธิปไตยออกจากการสร้างความไม่มั่นคงต่อรัฐบาล โดยการตั้งคณะกรรมการที่มีตัวแทนจากทุกฝ่ายรวมทั้งฝ่ายผู้ชุมนุม สื่อมวลชน นักสิทธิมนุษยชนเข้ามาดูแลพื่นที่ชุมนุม เพื่อบันทึกเรื่องราวเอาไว้ในกรณีที่จะต้องมีการฟ้องร้องต่างๆ มากกว่าหันไปใช้ช่องทางของการใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ