ข่าว

จับ2ชาวจีนแก๊งคอลเซนเตอร์ตุ๋นเหยื่อคนไทยสูญ10ล.

จับ2ชาวจีนแก๊งคอลเซนเตอร์ตุ๋นเหยื่อคนไทยสูญ10ล.

21 มี.ค. 2560

กองปราบรวบสองชาวจีนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตุ๋นเหยื่อสูญ10ล้าน ขณะตระเวนกดเงินตามตู้เอทีเอ็ม

     วันนี้ (21 มี.ค.) พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.วิศิษฐ์ พลบม่วง รองผกก.1บก.ป. พ.ต.ต.ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์ สว.กก.1บก.ป. และเจ้าหน้าที่กก.1 บก.ป ทำการจับกุม นายชัยชนะ แซ่ว่อง อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 263 หมู่ 2 ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย โดยจับกุมได้ที่ริมถนนรัชดา-ห้วยขวาง แขวงและเขตห้วยขวาง กทม. และจับกุม น.ส.จงผิง แซ่เจิ้ง อายุ 39 ปี โดยจับกุมได้ที่ ซ.รามคำแหง 24 กทม.

     การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากชุดสืบสวนได้รับการประสานจากธนาคารแห่งหนึ่งว่า มีลูกค้าของธนาคารถูกขบวนการคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงินให้ โดยคนร้ายออกอุบายโทรศัพท์หาผู้เสียหาย อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หลอกเหยื่อว่าเงินในบัญชีของเหยื่อมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จึงเสนอวิธีในการหลีกเลี่ยงตรวจสอบ โดยให้ย้ายเงินในบัญชีธนาคารเดิมไปเปิดบัญชีธนาคารใหม่ และให้เพิ่มหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งเป็นเบอร์ของคนร้าย เพื่อรับรหัส OTP และเมื่อเงินเข้าในระบบก็จะมีการแจ้งข้อความมายังเบอร์ของคนร้าย จากนั้นก็จะดำเนินการสมัครทำธุรกรรมทางอินเตอร์เน็ต ทำการโอนเงินออกไป ก่อนจะออกตระเวนกดเงินสดออกจากบัญชี ทั้งนี้ที่ผ่านมาพบวามีผู้เสียหายเป็นคนไทยกว่า 35 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

จับ2ชาวจีนแก๊งคอลเซนเตอร์ตุ๋นเหยื่อคนไทยสูญ10ล.

     ต่อมาชุดสืบสวนทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุคือ นายชัยชนะ จึงได้เฝ้าติดตาม กระทั่งพบความเคลื่อนไหวว่าคนร้ายรายนี้ไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ริมถนนรัชดา-ห้วยขวาง จึงได้ทำการจับกุมก่อนไปทำการตรวจค้นในห้องพักย่านห้วยขวาง ก็พบบัตรเดบิตจำนวนมากในห้องพัก นอกจากนี้ได้ขยายผลจับกุม น.ส.จงผิง แซ่เจิ้ง อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นผู้ร่วมขบวนการ ก่อนขยายผลไปตรวจค้นห้องพักในซ.รามคำแหง 24 พบสำเนาสมุดบัญชีจำนวนมาก

     สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า อยู่ในกลุ่มเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์สัญชาติจีน ซึ่งมีอาฉีเป็นหัวหน้าขบวนการ โดยนายชัยชนะจะทำหน้าที่เป็นม้ากดเงิน ได้ส่วนแบ่งครั้งละ 5,000 บาทต่อครั้ง ส่วน น.ส.จงผิง จะทำหน้าที่เป็นม้าเปิดบัญชี ซึ่งได้ส่วนแบ่งในการเปิดบัญชีครั้งละ 5,000 บาท ต่อหนึ่งบัญชี โดยเงินที่ได้จากส่วนแบ่งจะนำไปใช้จ่ายส่วนตัวและนำไปซื้อยาเสพติด 

     เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นผู้อื่น ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ในส่วนของผู้ร่วมขบวนการรายอื่นได้ขยายผลเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป