ข่าว

เล่นการเมืองแบบสกปรก

เล่นการเมืองแบบสกปรก

01 ก.ย. 2552

การที่มีบุคคลกลุ่มหนึ่งตัดต่อคลิปเสียงของนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยหวังสร้างความเข้าใจผิดต่อมวลชนเสื้อแดงและประชาชนทั่วไปว่าผู้นำรัฐบาลต้องการใช้วิธีปราบปรามการชุมนุมของคนเสื้อแดงด้วยมาตรการรุนแรงได้ทำให้เกิดความเสียหายต่อวงการเมืองและความน่าเช

หลักฐานการตัดต่อคลิปเสียงถูกยืนยันโดยเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายเพราะการทำไม่แนบเนียนพอแต่ก็อาจสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง เพราะคลิปเสียงดังกล่าวยังถูกแจกจ่ายไปตามกลุ่มต่างๆ ทั้งๆ ที่ ผู้กระทำการนั้นรู้ดีว่าไม่ใช่ของจริง และหลักฐานปรากฏต่อมาทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอหมายศาลเพื่อจับกุมพนักงาน 2 คน ของบริษัทเอสซี แอสเสทฯ ซึ่งหุ้นส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพี่น้องเครือญาติของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่ได้รับการประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีในชั้นศาลต่อไป

 จากหลักฐานซึ่งนำไปสู่การจับกุมเห็นได้ชัดว่ามีหลายกลุ่มต้องการใช้คลิปเสียงตัดต่อเพื่อประโยชน์ของกลุ่มตนเองและใช้เป็นอาวุธทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลจนแทบสามารถสรุปได้ว่าผู้กระทำเป็นเครือข่ายเกี่ยวโยงระหว่างธุรกิจในเครือญาติของกลุ่ม พ.ต.ท.ทักษิณ ส.ส.บางกลุ่มในพรรคเพื่อไทย และแกนนำบางคนของมวลชนเสื้อแดง เพราะจะเห็นได้ว่าการใช้คลิปเสียงนั้นมีการประสานงานเพื่อหวังผลอย่างเต็มที่โดยไม่คำนึงว่าเป็นหลักฐานเท็จจึงฟ้องให้เห็นถึงวิธีการสกปรกในการกระทำเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ทางการเมือง โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบด้านความมั่นคงของประเทศอันอาจจะเผชิญกับความเลวร้ายหากฝูงชนซึ่งถูกปลุกระดมได้ก่อความไม่สงบถึงขั้นจราจลดังเช่นเหตุการณ์สงกรานต์เลือด

 การดำเนินคดีอาญาต้องไม่จำกัดเฉพาะพนักงานสองรายของบริษัทเอสซี แอสเสทฯ โดยเจ้าหน้าที่จะต้องสืบสวนหาต้นตอและผู้ใช้ประโยชน์จากคลิปเสียงตัดต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ถึงนักการเมืองนอกสภา และ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งพยายามผลักดันให้เปิดคลิปเสียงนี้แม้จะรู้ว่าเป็นการตัดต่อก็ตาม สะท้อนให้เห็นเจตนาร้ายอย่างชัดเจน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินคดีแม้จะมีเอกสิทธิ์คุ้มครองโดยรัฐสภาก็ตาม แต่กฎหมายไม่ได้ยกเว้นโทษอาญาให้แก่ผู้ใดโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีหน้าที่ร่างกฎหมายย่อมจะรู้ดีว่าเป็นความผิดมีโทษถึงจำคุก และเป็นการขาดจิตสำนึกในหน้าที่และความหวังดีต่อบ้านเมืองโดยต้องการเพียงสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายเพื่อรับใช้กลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้น และนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้เสียหายโดยตรงจากการถูกใส่ร้ายป้ายสีจะต้องกำชับเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ในฐานะเจ้าทุกข์โดยไม่ยอมความแต่อย่างใดทั้งสิ้น เพราะการกระทำชั่วร้ายเช่นนั้นเป็นคดีอาญาแผ่นดินและเป็นภัยต่อความมั่นคง