ข่าว

เค้กก้อนโต 1.7ล้านล้าน

เค้กก้อนโต 1.7ล้านล้าน

01 ก.ย. 2552

ในที่สุดที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรก็ลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553 ในวาระที่ 3 วงเงิน 1.7 ล้านล้านบาท ด้วยคะแนนเสียง 244 ต่อ 10 งดออกเสียง 56 เมื่อวันเสาร์ (29 ส.ค.) หลังจากการประชุมยาวนาน 3 วัน 40 ชั่วโมง

 ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด และการปะทะกันด้วยถ้อยคำเสียดสี ประชดประเทียดเป็นระยะ จากนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนจะต้องติดตามตรวจสอบกันต่อไปว่า นักการเมืองจะจัดสรรปันส่วนเค้กก้อนโตก้อนนี้ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว หรือผันเงินงบประมาณไปให้พวกพ้องเช่นที่ปรากฏในการใช้จ่ายเงินงบประมาณในสังคมการเมืองไทยมายาวนานอย่างไร

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า งบประมาณปีนี้อยู่ในช่วงไม่ปกติ ซึ่งรัฐบาลจะต้องนำไปใช้ขับเคลื่อนเพื่อเศรษฐกิจฟื้นและนโยบายเดินหน้า ซึ่งจะต้องทำอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใสมากที่สุด หากแต่เมื่อพิจารณางบประมาณในกระทรวงสำคัญ โดยเฉพาะในกระทรวงเกรดเอ ภายใต้การกำกับดูแลของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย จะพบว่ากระทรวงเหล่านี้ได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงมาก และหากพิเคราะห์ลงไปในรายละเอียด ไม่เพียงงบประมาณที่สูงมากเท่านั้น หากแต่กระทรวงใดเป็นกระทรวงที่ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของพรรค ก็จะได้รับงบประมาณสูงมากเป็นพิเศษด้วย

 พรรคประชาธิปัตย์แสดงราคาความเป็นพรรคการเมืองที่ให้ความสำคัญทางด้านการศึกษามาก เช่น นโยบายเรียนฟรี นโยบายด้านการศึกษานับว่าเป็นตัวแปรชัยชนะ สร้างคะแนนนิยมให้พรรค หากมีการเลือกตั้งครั้งต่อไป ฉะนั้นสำหรับพรรคประชาธิปัตย์ กระทรวงที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงสุดคือ กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับการจัดสรรงบจำนวน 345,665 ล้านบาท รองลงมาเป็นกระทรวงการคลัง 215,886 ล้านบาท และกระทรวงสาธารณสุข ได้รับวงเงินงบประมาณ 72,342 ล้านบาท ในขณะที่กระทรวงมหาดไทย ฐานอำนาจของพรรคภูมิใจไทย และนายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซื้อใจให้มาสนับสนุนรัฐบาล ได้งบประมาณ 185,993 ล้านบาท

 ในความเป็นจริง เม็ดเงินงบประมาณที่จะกระจายไปสู่มือประชาชน ตามโครงการพัฒนาต่างๆนั้น ประชาชนไม่เคยได้รับเต็มเม็ดเต็มหน่วยเลย เมื่อเทียบกับส่วนที่ต้องจ่ายให้นักการเมือง ข้าราชการ พ่อค้านักธุรกิจ อันเป็นภาพสะท้อนของความสัมพันธ์เชิงอำนาจและผลประโยชน์ ระหว่างนักการเมือง ข้าราชการไทย กับบรรดาผู้คนที่ต้องทำมาหากินอยู่กับงานของรัฐ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ วิจัยการใช้งบประมาณ และพบว่าเฉลี่ยร้อยละ 10-20 ของวงเงินงบประมาณแผ่นดินที่ใช้สำหรับโครงการจัดจ้าง คือ สินบนที่ต้องจ่ายให้นักการเมืองและข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เราจะกำจัดวงจรอุบาทว์นี้ได้อย่างไร หากคำว่าโปร่งใสของนายอภิสิทธิ์เป็นเพียงแค่ลมปากเท่านั้น