
"จอน อึ๊งภากรณ์" โพสต์ข้อมูล "วิสามัญฯ ชัยภูมิ ป่าแส"
"จอน อึ๊งภากรณ์" โพสต์ข้อมูล "วิสามัญฯ ชัยภูมิ ป่าแส"
นายจอน อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ค Jon Ungphakorn ถึงกรณี นายชัยภูมิ ป่าแส ที่ถูกวิสามัญฆาตกรรมจากทหาร และยังมีข้อสงสัย โดยระบุว่ ข้อมูลที่ไอลอว์ได้มา นำมาเผยแพร่เพื่อการพิจารณา บันทึกข้อมูลกรณีทหาร ฉก.ม.5 วิสามัญฆาตกรรม นายชัยภูมิ ป่าแส เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2560 ที่ด่านรินหลวง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ 20 มีนาคม 2559
รายงานข่าวจากข้อมูลของเจ้าหน้าที่รัฐระบุว่า ร้อย.ม. 2 บก.ควบคุมที่1 ฉก.ม 5 ร่วมกับชสท.ที่ 9 กองกำลังผาเมือง ที่ด่านตรวจถาวรบ้านรินหลวง ได้ขอตรวจค้นรถยนต์ฮอนด้าแจ๊ซสีดำและพบยาบ้าจำนวนรวม 2,800 เม็ด นายชัยภูมิซึ่งนั่งข้างคนขับต่อสู้โดยหยิบมีดขึ้นมา วิ่งหนีไปทางป้อมตำรวจเก่าบ้านอรุโณทัยเมื่อเจ้าหน้าที่ติดตามไป นายชัยภูมิควักระเบิดมาจะขว้างใส่ จึงยิงตอบโต้และเสียชีวิต
ลำดับเหตุการณ์จากปากคำชาวบ้านบ้านกองผักปิ้ง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
เช้าวันที่ 17 มีนาคม 2560 ชัยภูมิพาเพื่อนที่เรียนหนังสือด้วยกันที่ตัวเมืองเชียงดาวมาที่บ้านของไมตรี จำเริญสุขสกุล กลุ่มรักษ์ลาหู่ เพื่อดูรายละเอียดอุปกรณ์สำหรับจะเดินไฟในบ้านให้ไมตรี หลังจากนั้นนายชัยภูมิกับเพื่อนที่ทราบชื่อภายหลังคือ พงศนัย แสงตะหล้า (ยิว) จึงออกไปราว 8.30 น. และในเวลาหลังจากนั้นไม่นาน ชัยภูมิโพสต์บนเฟซบุ๊กว่าไปเที่ยวที่พระธาตุ (อยู่แถวบ้าน) กับเพื่อน
ข้อมูลจากเพื่อนผู้หญิงของชัยภูมิ ซึ่งอาศัยอยู่ที่ตัวอำเภอเชียงดาว ระบุว่า ตนได้มาเที่ยวบ้านกองผักปิ้งพร้อมกับพงศนัยและชัยภูมิ และกลับไปในวันที่16 มีนาคมโดยมีชัยภูมิกับพงศนัยขับรถไปส่ง แต่ตนลืมกระเป๋าสตางค์ไว้บนรถ จึงได้นัดกับชัยภูมิว่าจะมาพบกันในเมือง เพื่อเอากระเป๋าสตางค์มาคืนในวันที่ 17 มีนาคม
ทั้งนี้ รถที่ทั้งสองคนขับออกไปคันดังกล่าวเป็นรถของญาติพี่น้องของชัยภูมิ โดยชื่อเจ้าของรถตามทะเบียนไม่ใช่ชื่อของชัยภูมิ ในเวลาราว 11.00 น. ลูกพี่ลูกน้องของชัยภูมิกำลังเดินทางกลับบ้านจากธุระที่เชียงใหม่และผ่านด่านรินหลวง พบว่าที่มีการกั้นส่วนหนึ่งของด่านไว้และสังเกตเห็นรถของชัยภูมิจอดอยู่ มีทหารตำรวจอยู่เต็มไปหมด มีเจ้าหน้าที่ใส่สูทและผู้หญิงใส่กระโปรง (ทราบทีหลังว่าแนะนำตัวว่าเป็นอัยการ) และหมอใส่เสื้อกาวน์สีขาว เธอสอบถามจากคนที่อยู่บนรถอีกคันที่จอดดูอยู่ เขาบอกว่า ทหารยิงคนส่งยา ในตอนนั้นเธอเห็นเพื่อนของชัยภูมิ และศพถูกคลุมผ้าไว้ไกลๆ จึงรีบโทรศัพท์กลับบ้านและก็พบว่ายังไม่มีใครทราบเรื่อง เธอโทรศัพท์บอกพี่สาวที่ทำงานอยู่ในอำเภอหางดง ทำให้พี่สาวรีบโทรศัพท์ถามคนในหมู่บ้านเช่นกัน คนในหมู่บ้านนั้นจึงได้โทรศัพท์บอกไมตรี เพราะไมตรีเป็นเสมือนพี่ชายที่ดูแลชัยภูมิมาตลอดแทนแม่และพ่อเลี้ยง
ไมตรีเดินทางไปถึงด่านรินหลวงราวเที่ยง มีทหารตำรวจมากมาย 30-40 นาย ทหารให้นั่งรอฝั่งตรงข้ามป้อมตำรวจร้าง ไมตรีพยายามจะเข้าไปดู เห็นศพอยู่หลังป้อมตำรวจในระยะไกลๆ ห่างประมาณ 200-300เมตร แต่ทหารกั้นเอาไว้และมีการโต้เถียงกัน จากนั้นมีทหารที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้าหน่วยเข้ามาคุยอย่างสุภาพว่าเขาเสียใจ ไม่ต้องการให้เป็นแบบนี้ แต่ชัยภูมิต่อสู้และจะขว้างระเบิดใส่ คนของเขาจึงต้องยิง ไม่ได้เป็นการเล็งยิงให้โดนจุดสำคัญ จะให้โดนมือ แต่พลาดไปโดนอวัยวะสำคัญ
ในขณะเดียวกัน ทหารได้เข้าตรวจค้นบ้านของชัยภูมิที่บ้านกองผักปิ้ง ลูกพี่ลูกน้องของชัยภูมิซึ่งกลับมาจากด่านแล้ว ได้สอบถามว่ามีการยิงอะไรที่ด่าน ทหารตอบว่า ไม่มีการยิงอะไรเลย ใครเป็นคนบอก ไม่มีการยิง จากนั้นพ่อเลี้ยงของชัยภูมิได้พาทหารไปที่บ้านของไมตรี เนื่องจากชัยภูมิมักมานอนบ้านของไมตรี เมื่อไมตรีทราบข่าวว่าทหารจะไปค้นบ้านจึงรีบกลับ แต่เมื่อถึงบ้านทหารก็กลับไปแล้ว ส่วนลูกพี่ลูกน้องนั้นได้กลับมาที่ด่านรินหลวงอีกครั้งราวช่วงบ่าย ซึ่งศพไม่อยู่บริเวณนั้นแล้ว อัยการกับตำรวจแจ้งเธอว่าให้ไปรับศพน้องที่โรงพยาบาลนครพิงค์ราวบ่ายโมงของวันรุ่งขึ้น และไม่ต้องเป็นห่วง จะให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย
ข้อมูลเบื้องต้นจากแพทย์นิติเวชฯ แจ้งกับญาติในวันที่18 มีนาคมว่า ชัยภูมิถูกยิงเข้าด้านข้างของต้นแขนซ้ายด้วยปืน M16 กระสุนเข้ารูเล็ก ทะลุออกใหญ่ที่ต้นแขนและเข้าที่ลำตัว พบกระสุนแตกอยู่ในตัว และยังไม่ทราบระยะยิงเนื่องจากไม่มีความเชี่ยวชาญกับอาวุธความเร็วสูงแบบ M16 รายงานการชันสูตรศพฉบับเต็มนั้นยังไม่เสร็จ และแพทย์แจ้งว่าจะต้องใช้เวลาอีกเป็นเดือน
ในวันที่19 มีนาคม ชาวบ้านพาแม่ของชัยภูมิไปแจ้งความที่สถานีตำรวจนาหวาย ได้รับทราบจากตำรวจว่ามีบันทึกประจำวันว่า นายไมตรี ซึ่งเป็นญาติของชัยภูมิ ได้รับทราบข้อมูลจากทหารแล้ว และได้อนุญาตให้มีการชันสูตรศพเบื้องต้นที่ด่านแล้ว ซึ่งไมตรีบอกว่าไม่ได้อนุญาต ไม่ได้มีการถามเรื่องนี้ และตนไม่ได้มีโอกาสเห็นศพเลย
ข้อสงสัยของชาวบ้านได้แก่ จริงหรือไม่ที่ชัยภูมิจะขนยาบ้าในวันเกิดเหตุ จริงหรือไม่ที่ชัยภูมิจะมีอาวุธระเบิดอีกทั้งยังกล้าถือระเบิดต่อสู้ สมควรหรือไม่ที่จะวิสามัญฆาตกรรมชัยภูมิจากเหตุการณ์ดังกล่าว จริงหรือไม่ที่คนจะส่งยาโดยเอายาซ่อนไว้ในรถและขับผ่านด่านถาวรซึ่งทราบกันดีว่ามีฉก.ม.5 ตรวจจับยาเสพติด และข้อสงสัยที่ว่ายาบ้าที่ทหารนำมาแสดงให้ดูนั้นหีบห่อเป็นยาบ้าของกลุ่มว้า (รัฐฉาน ประเทศพม่า) ซึ่งมีราคาแพง ในขณะที่ยาบ้าจากกลุ่มลาหู่ (รัฐฉาน ประเทศพม่า) ซึ่งอาจมีการจ้างคนส่งยาเป็นชาวลาหู่ จะเป็นอีกแบบหนึ่งและราคาถูกกว่า
เกี่ยวกับนายชัยภูมิ
นายชัยภูมิ ป่าแส หรือ "จะอุ๊" เป็นชาวลาหู่วัย 17 ย่าง 18 ปี ถือบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรเลข 0) ที่ระบุว่าอายุ 21 ปี เนื่องจากความผิดพลาดของข้อมูลตั้งแต่การสำรวจ กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนเชียงดาววิทยาคม ตั้งแต่เด็กเล็ก ชัยภูมิเข้าร่วมกิจกรรมกับกลุ่มรักษ์ลาหู่ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการรวมกลุ่มเยาวชนในกิจกรรมศิลปวัฒนธรรม เช่น ดนตรี ภาพยนตร์ และกิจกรรมวัฒนธรรมอื่น ๆ เพื่อให้ห่างไกลยาเสพติด ผลงานเพลงของชัยภูมิ ได้แก่เพลงเพื่อคนไร้สัญชาติ ชื่อ“จงภูมิใจ” ผลงานภาพยนตร์สั้นได้แก่การเป็นทีมงานภาพยนตร์เรื่อง “เข็มขัดกับหวี” (รางวัลช้างเผือกพิเศษดีเด่น เทศกาลภาพยนตร์สั้นครั้งที่ 16 จัดโดยมูลนิธิหนังไทย) และ "ทางเลือกของจะดอ" (รางวัลชมเชยรัตน์ เปสตันยี จากเทศกาลเดียวกัน) รวมถึงร่วมเป็นทีมงานในสารคดีที่ผลิตโดยกลุ่มรักษ์ลาหู่ เช่นรายการ "บ้านเธอก็บ้านฉัน" ออกอากาศทางช่องไทยพีบีเอส
นอกจากนี้ ชัยภูมิยังได้เป็นผู้นำในการฟื้นฟูการเต้นแจโก่ของชาวลาหู่จนได้รับการยอมรับในหมู่บ้าน เป็นผู้นำคณะเด็กและเยาวชนกลุ่มรักษ์ลาหู่จากบ้านกองผักปิ้งออกแสดงในหลายพื้นที่ ล่าสุด ได้ร่วมกับศิลปินญี่ปุ่นจากเมืองโอซากาทำนิทานเพลงเรื่องขนมออฟุและตำนานภาษาลาหู่ มาจัดแสดงในงาน ดี ต่อ ใจ ณ แพร่งภูธร เมื่อวันที่ 11-12 มีนาคม 2560
ในด้านสังคม ชัยภูมิเป็นหนึ่งในกำลังเยาวชนที่ร่วมรณรงค์เรียกร้องการแก้ปัญหาภาวะไร้สัญชาติของคนชาติพันธุ์ เป็นแกนนำในการจัดค่ายเยาวชนชนเผ่าและได้รับเลือกเป็นประธานเครือข่ายต้นกล้าเยาวชนพื้นเมือง และเป็นตัวแทนเครือข่ายฯ เข้าร่วมในการประชุมสัมมนาในระดับประเทศมาหลายครั้ง
ชัยภูมิเคยให้สัมภาษณ์หลายต่อหลายครั้งว่า ตนเติบโตมาในหมู่บ้านที่แวดล้อมด้วยปัญหายาเสพติดและเคยเป็นเด็กเกเรมาก่อน การร่วมกิจกรรมกับรักษ์ลาหู่ได้ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป ห่างไกลจากสิ่งชั่วร้าย ได้มีโอกาสเอาใจใส่เลี้ยงดูน้องชายและแม่มากขึ้น เขามีความฝันอยากให้เด็ก ๆ ในหมู่บ้านมีชีวิตที่ดี และตนเองอยากเรียนจบปริญญาตรีและกลับมาเป็นครูสอนหนังสือเด็กในหมู่บ้าน
หมายเหตุ
1. พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีปัญหายาเสพติดจริง เด็กวัยรุ่นหลายคนเคยทดลองใช้ยาและรู้จักว่ายาบ้ามีหลายประเภท หีบห่อต่างกันอย่างไร
2. ด่านรินหลวงเป็นสถานที่จอแจ บริเวณนั้นมีศาลาพักรอรถโดยสาร มีแม่ค้าขายของ บ้านชาวบ้าน
และไม่ไกลจากโรงเรียน
3. เมื่อวันที่15 กุมภาพันธ์2560 เวลาประมาณ 14.30 น. ฉ.ก.ม.5 ได้วิสามัญนายอะเบ แซ่หมู่ อายุ32 ปี
ชาวลีซูรินหลวง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว เช่นกัน โดยอ้างว่าผู้ตายมีเฮโรอีนและอาวุธระเบิดรวมถึงต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่ เหตุเกิดที่ถนนลูกรังไร่ข้าวโพด



