
ประชาชนรอกราบสักการะพระบรมศพต่อเนื่อง
ประชาชนทั่วสารทิศรอกราบพระบรมศพ ท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว
สำหรับบรรยากาศภายในพระบรมมหาราชวัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ามากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เวลา 04.50 น.มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศมารอต่อแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าวแต่พสกนิกรต่างไม่ย่อท้อต่อการรอคอย
นางสาวทิพชา วงศ์กุลพัทธ์-นางเทวี เกริกฤทธิ์วณิช-นางสาวพูนศรี หลวงวิชัย
นางเทวี เกริกฤทธิ์วณิช อายุ 65 ปีเดินทางมาจากบ้านพักย่านถนนศรีนครินทร์ พร้อมด้วยเพื่อนรุ่นน้อนอีก 2 คน คือ นางสาวทิพชา วงศ์สกุลพัทธ์ อายุ 64 ปี และนางสาวพูนศรี หลวงวิชัย อายุ 50 ปี กล่าวว่า เพิ่งมีโอกาสเดินทางมาเป็นครั้งแรกโดยนัดแนะกับเพื่อนเดินทางมาตั้งแต่เวลาประมาณ 06.30 น.ใช้เวลาเข้าแถวเพียงไม่นานก็ได้ขึ้นไปกราบพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตฯ
"ตลอดเวลาที่ผ่านมาประทับใจพระองค์มากในทุกๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องน้ำท่วมที่พระองค์ทรงช่วยแก้ไขทุกครั้ง ตลอดจนแก้ปัญหาน้ำกินน้ำใช้ของชาวนาชาวไร่ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยส่วนตัวยังได้น้อมนำคำสอนของพระองค์ท่านมาปรับใช้กับตัวเองด้วย ที่เห็นชัดเจนคือเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นไม่ฟุ่มเฟือย" แม่บ้านวัย 65 กล่าว
นางสาวพรวน เที่ยงรอด สาวใหญ่วัย 61 ปีอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้า เดินทางมาจากบ้านพักใน อ.เมือง จ.นครปฐม โดยสวมใส่ชุดผ้าไหมที่ตั้งใจตัดเย็บเพื่อสวมใส่มาในโอกาสนี้โดยเฉพาะ เผยว่า เดินทางมาเป็นครั้งที่ 3 แล้วความรู้สึกครั้งนี้ดีขึ้นกว่าครั้งแรกที่มาเพราะตอนนั้นยังเสียใจมากแต่ครั้งนี้ทำใจได้มากขึ้น และเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ก็รู้สึกเช่นเดียวกัน
"ตอนที่ขึ้นไปกราบพระองค์ท่านได้อธิษฐานบอกให้พระองค์ท่านเสด็จสู่สวรรคาลัยไม่ต้องเป็นห่วงประชาชน พระองค์ทรงเหนื่อยมามาก ทรงทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่ดีที่สุดบนโลกใบนี้ ซึ่งตอนนี้ตัวเองก็ปฎิบัติธรรมตามรอยพระองค์ท่น พร้อมน้อมนำคำสอนของพระองค์มาปรับใช้กับตัวเองหลายอย่าง เช่นการอยู่อย่างพอเพียง เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เพื่อนบ้าน และเมตตาต่อผู้ยากไร้" นางสาวพรวน กล่าว
ขณะที่ครอบครัว "เปลี่ยน
แปลก" ถือโอกาสช่วงปิดเทอมมากันพร้อมหน้าครอบครัว นำโดยหัวหน้าครอบครัวนายอิทธิพล นางสายชล ด.ช.ไอระวีณ และด.ญ.อินทุภา โดยนายอิทธิพล และนางสายชล ร่วมกันเล่าว่า เดินทางมาเป็นครั้งจากบ้านใน จ.นครปฐม ที่จริงอยากมานานแล้วแต่รอให้ลูกๆ ปิดเทอมจะได้มากันพร้อมหน้าครอบครัว เพราะที่ผ่านมาก็สอนให้ลูกๆ รู้จักพระองค์ท่าน และสอนให้ลูกๆ ดำเนินรอยตามพระองค์ท่านด้วยการทำความดี นำคำสอนของพระองค์ท่านมาปรับใช้กับชีวิต และที่สำคัญที่สุดคือเรื่องความประหยัด เพราะเด็กๆ เขายังไม่รู้ว่าสำคัญอย่างไร เขายังไม่รู้ค่าของเงิน เราในฐานะพ่อแม่จึงต้องพยายามสอนเขาให้ซึมซับไปเรื่อยๆ



