ข่าว

พ่อผัวยิงดับอดีตคนรักลูกสะใภ้ห้ามไม่ฟังหวนติดต่อกัน

พ่อผัวยิงดับอดีตคนรักลูกสะใภ้ห้ามไม่ฟังหวนติดต่อกัน

20 มี.ค. 2560

 พ่อผัวแค้นคนรักเก่าลูกสะใภ้กลับมาติดต่อกันหลังเจอโดยบังเอิญในงานรณรงค์ต้านยาเสพติด จนชาวบ้านนนิทา เอ่ยปากห้ามไม่ฟัง ย่องตอนดึกเข้ากระท่อมยิงดับ

     วันนี้ (20 มี.ค.) ร.ต.อ.สมชาย ใต้เมืองปักษ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นาข่า อ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งจากห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี มีเหตุคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่งตัวมาจาก บ.หมากตูม หมู่ 8 ต.นาข่า อ.เมือง จ.อุดรธานี และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล หลังรับแจ้งจึงออกไปสอบสวน พร้อม พ.ต.ท.สิทธิพงษ์ ปัญจนะ รอง ผกก.หน.สภ.นาข่า ทราบว่าผู้เสียชีวิตชื่อ นายณรงค์ ลาพิมล อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 82 หมู่ 8 ต.ดอนหายโศก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี แพทย์ชันสูตรศพพบว่าถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าบริเวณขมับซ้าย 1 นัด และใต้ราวนมซ้าย 1 นัด กระสุนฝังใน ถูกยิงมาจากกระท่อมนา ท้ายหมู่บ้านหมากตูม หมู่ 8 ต.นาข่า

     จากนั้นจึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เป็นกระท่อมนาแบบยกพื้นสูง ที่ป่าโคกดงหนองตาล ทางเข้าเป็นถนนลูกรังห่างจากตัวหมู่บ้านประมาณ 4 กม. ตรวจสอบบนกระท่อมนา พบรอยเลือดจำนวนหนึ่งบนพื้นกระท่อม 2 จุด และมีคราบเลือดหยดเป็นทางยาวไปตามบันไดและพื้นดิน คาดว่าเป็นรอยเลือดช่วงที่นำร่างคนเจ็บขึ้นรถกระบะ เพื่อส่งตัวไปยังโรงพยาบาล และบนกระท่อมพบขวดเหล้าขาวขนาดใหญ่ 2 ขวด ไม่มีร่องรอยต่อสู้ ใกล้กับกระท่อมค้านล่าง พบรถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ของผู้ตายจอดอยู่ และรถการเกษตรสำหรับบรรทุกฟืน จอดอยู่หน้ากระท่อมนา

     จากการสอบสวน นายสุกัณฑ์ มาหลิน อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62 หมู่ 6 ต.นาข่า อ.เมือง จ.อุดรธานี เจ้าของกระท่อมนาให้การว่า ตนและนางมัลทิรา มาหลิน อายุ 49 ปี แต่งงานมีบุตรด้วยกัน 2 คน มีอาชีพทำนา ส่วนนายณรงค์ผู้ตาย เป็นแฟนเก่าของนางมัลทิรา เคยคบกันเมื่อครั้งไปทำงานที่ประเทศไต้หวัน เมื่อปี 2537-2538 แต่นายณรงค์มีภรรยาแล้ว นางมัลทิราจึงได้บอกเลิกและมาแต่งงานกับตน จนกระทั่งปี 2558 นางมัลทิรา ได้ไปเดินรณรงค์ต้านยาเสพติดที่สนามทุ่งศรีเมือง และไปพบกับนายณรงค์ ผู้ตายโดยบังเอิญที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง จึงทราบว่านายณรงค์หย่าร้างกับภรรยาแล้ว ทั้งสองจึงได้แลกเบอร์โทรศัพท์มือถือกัน

     นายสุกัณฑ์ ให้การต่อไปว่า หลังจากนั้นนายณรงค์ก็มักจะขี่รถจักรยานยนต์มาหาที่บ้านตนบ่อยๆ ซึ่งตนและผู้ตายต่างก็คุยถูกคอกันดี ทุกครั้งที่มาเยี่ยมผู้ตายก็จะถือเหล้าหรือกับแกล้มชวนตนตั้งวงดื่มเหล้าด้วย เมื่อเมาก็จะนอนค้างคืนที่บ้านหรือที่กระท่อมนาเป็นประจำ แม้เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยก็จะดูแลกันเป็นอย่างดี ทำให้ชาวบ้านต่างนินทาต่างๆนานา ว่าพวกตนอยู่กันแบบสามคนผัวเมีย ทำให้นายขันตี มาหลิม อายุ 77 ปี พ่อของตนไม่พอใจ ได้เรียกภรรยาของตนไปว่ากล่าวตักเตือนว่าไม่เหมาะสม และต่อว่าผู้ตายถึงขั้นทะเลาะมีปากเสียงกัน

     ก่อนเกิดเหตุเย็นวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ตนและภรรยาได้ขับออกมาหาฟืนที่นาป่าโคกดงหนองตาล ซึ่งได้สร้างกระท่อมนาไว้สำหรับพักผ่อน บางครั้งหากงานไม่เสร็จก็อาศัยหลับนอนที่นี่ ผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์มาหาตนและภรรยา จากนั้นได้ตั้งวงดื่มเหล้ากัน โดยมีเพื่อนบ้านเป็นชายมาร่วมวงอีก 1 คน รวมเป็น 4 คน กระทั่งดึกเพื่อนบ้านได้ขอตัวกลับ ส่วนตนและภรรยากางมุ้งนอนอยู่ด้านซ้ายของกระท่อมนา ส่วนผู้ตายนอนอยู่บนเปลญวน

     กระทั่งเวลา 05.30 น. ตนและภรรยาต้องสะดุ้งตื่น เพราะได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด ตนได้เปิดมุ้งออกมาดู ก็พบผู้ตายถูกยิงนอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่บนพื้นกระดาน และเห็นคนร้ายถือปืนกระโดดลงจากกระท่อมนา วิ่งหนีมุ่งหน้าไปทางหมู่บ้าน จำได้ว่าเป็นนายขันตี พ่อของตนที่เคยมีเรื่องทะเลาะกับผู้ตาย จึงสั่งให้ภรรยาประคองผู้ตายไว้ แล้ววิ่งลงไปถอยรถกระบะเข้ามารับผู้ตายไปส่งโรงพยาบาลแต่ก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา

     ด้านพ.ต.ท.สิทธิพงษ์ ปัญจะนะ รอง ผกก.หน.สภ.นาข่า เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุไม่มีพยานเห็นเหตุการณ์ นอกจากนายสุกัณฑ์และนางมัลทิรา และจากการสอบสวนทั้งสอง ให้การตรงกันว่า ขณะที่ทั้งสองนอนหลับ ได้มีคนร้ายย่องขึ้นมายิงผู้ตาย ส่วนนายสุกัณฑ์ระบุว่าคนร้ายคือนายขันตี พ่อของนายสุกัณฑ์ แต่นางมัลทิรา ให้การว่ามัวแต่ดูแลผู้ตาย ซึ่งขณะนั้นถูกยิงบาดเจ็บสาหัส ไม่ได้ดูว่าคนร้ายเป็นใคร จึงไม่ทราบว่าใครยิง ซึ่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บเขม่าดินปืนจากนายสุกัณฑ์และนางมัลทิราแล้ว และตำรวจได้ออกติดตามตัวนายขันตี ซึ่งถูกระบุว่าเป็นคนร้าย พบว่าหายตัวออกจากบ้านพร้อมกับปืน .38 ซึ่งคาดว่าจะจับกุมตัวได้เร็วๆ นี้