ข่าว

วิปรัฐรอผลสมานฉันท์-สลายม็อบก่อนชงเข้าสภา

วิปรัฐรอผลสมานฉันท์-สลายม็อบก่อนชงเข้าสภา

31 ส.ค. 2552

"วิปรัฐบาล"ย้ำต้องรอผลสอบคณะกก.สมานฉันท์-สลายม็อบ ก่อนชงผลสรุปทั้งหมดของ กก.สมานฉันท์ เข้าสภายันเลื่อนประชุมร่วมไม่กระทบเจรจามาเลย์เผยตั้งกมธ.ร่วม ไทย-กัมพูชา 36 คน

 (31ส.ค.)นายชินวรณ์  บุญยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวภายหลังการประชุมวิปรัฐบาล ถึงการพิจารณาผลสรุปของคณะกรรมาการสมานฉันท์เพื่อการปฎิรูป และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เบื้องต้นจะต้องรอผลสรุปจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองเข้ามาประกอบก่อน จากนั้นจะมีการหารืออีกครั้งกับนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาอีกครั้ง เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ประธานอาจจะเสนอเรื่องดังกล่าวให้รัฐบาลดำเนินการ หรือเสนอเข้าสู่สภาต่อไป ซึ่งเรื่องนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็มีความคิดเห็นสอดรับด้วย เนื่องจากเห็นว่าควรให้โอกาสสภาพิจารณาร่วมกัน โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น และการตั้งส.ส.ร.

 นายชินวรณ์ กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องรอให้คณะกรรมการทั้ง 2 ชุด ส่งรายงานผลสรุปมาก่อนที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภานั้น เนื่องจากไม่อยากก้าวล่วงอำนาจของประธานสภา ซึ่งเป็นคนตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวขึ้นมา ดังนั้นควรจะต้องให้ประธานสภารับรายงานทั้ง 2 ชุดก่อน

 เมื่อถามว่าจะมีการนำร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย และ ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ที่เสนอโดยพรรคเพื่อไทย เข้าสู่การพิจารณาของสภาด้วยหรือไม่ นายชินวรณ์ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ทั้งสองฉบับถือเป็นส่วนหนึ่งในรายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์อยู่แล้ว ซึ่งสามารถพิจารณาควบคู่ไปด้วยได้

 นอกจากนี้ที่ประชุมวิปรัฐบาลมีมติให้ถอนเรื่องเงินกู้ Public Sector Reform Development Policy Loan (PSRDPL) จากธนาคารโลก ที่กระทรวงการคลังเป็นผุ้เสนอ โดยสาเหตุเป็นเพราะขณะนี้รัฐบาลยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกู้เงินจากต่างประเทศ เพราะการออกพันธบัตรไทยเข้มแข็งได้ผลตอบรับจากประชาชนเกินความคาดหมาย และประเทศไทยมีศักยภาพในเรื่องเงินออม รวมทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจมีโอกาสฟื้นตัวมากขึ้น รวมทั้งการที่กระทรวงการคลังขอถอนเรื่องออกไปจะไม่กระทบต่อแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง

 นายชินวรณ์ กล่าวถึงการพิจาณาบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทยกัมพูชา ที่กระทรวงกลาโหมเป็นผู้เสนอว่า ในการประชุมร่วมรัฐสภาในวันนี้ได้มีการอภิปรายไปพอสมควรแล้ว ดังนั้นในการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 2 ก.ย. จะเปิดโอกาสให้สมาชิกอภิปรายสรุปอีกครั้งแล้วจะลงมติในทันที โดยเบื้องต้นที่ประชุมวิปรัฐบาลเห็นชอบให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมจำนวน 36 คน แบ่งเป็น คณะรัฐมนตรี 5 คน ส.ว. 7 คน และ ส.ส.24 คน โดยกำหนดระยะเวลาการพิจารณา 15 วัน

 อย่างไรก็ตามการเลื่อนการพิจารณากรอบข้อตกลงดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเจรจาระหว่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม กับประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 1-3 ก.ย. นี้ เพราะหากสภามีมติอย่างไรจะสามารถส่งผลการประชุมให้กับพล.อ.ประวิตร ทันที