ผู้ว่า สตง.แฉ!! รายนักการเมืองไม่สัมพันธ์กับเงินเพิ่ม
"ผู้ว่าฯ สตง." แจงตรวจสอบภาษีนักการเมือง ชี้ตรวจคนที่มีเพิ่มเกิน 5 ล้าน ยันไม่ใช่เรื่องการเมืองแต่ตรวจทุกคน ชี้เป็นหน้าที่สรรพากร ระบุหากไม่ทำผิด 157
รายการกรองข่าวเช้านี้ ทางสถานีวิทยุ FM 102 คลื่นคนทำงาน ได้สัมภาษณ์ นายพิสิษฐ์ ลีลาวิชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ถึงกรณีการเรียกเก็บภาษีจากนักการเมืองในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่า สตง. มีหน้าที่ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินและการจัดเก็บรายได้ของหน่วยงาน เราสุ่มตรวจหลายอาชีพ และนักการเมืองก็เป็นอาชีพที่ตรวจสอบได้ง่าย โดยจังหวะที่มีการปฏิรูปบ้านเมือง มีนักการเมืองที่ว่างเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เขาต้องแสดงทรัพย์สินทั้งตอนเข้ารับตำแหน่ง ออกจากตำแหน่ง และออกจากตำแหน่งครบ 1 ปี เราดูแล้วว่ามีนักการเมืองกลุ่มหนึ่งควรให้ความสนใจ โดยเราคัดกรองมา 113 รายชื่อ และเมื่อตรวจสอบลึกแล้ว มีผู้ที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 5 ล้านบาท ประมาณ 60 รายชื่อ เราจึงแจ้งไปยังกรมสรรพากรตั้งแต่ปี 2558 และติดตามมาเรื่อยๆ โดยยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เรื่องการเมืองใดๆทั้งสิ้น
นายพิสิษฐ์ กล่าวอีกว่า ใครที่มีรายได้เพิ่มขึ้น อยู่ในเกณฑ์ 5 ล้านบาทต้องตรวจสอบ แต่บางคนอาจจะเป็นเพิ่มเป็นร้อยล้าน พันล้าน แต่ไม่ใช่ทุกคน โดยเราดูสามช่วงเวลา ตอนเข้าเป็นตัวตั้ง และพ้นกับพ้น 1 ปี เป็นตัวบอกว่ามีทมรัพย์สินเพิ่ม ให้สบายใจได้ว่า เมื่อเราทำเรื่องไปที่สรรพากร กรมสรรพากรแจ้งว่าสอบถามไปยัง ป.ป.ช. ก็ได้รับคำตอบว่า คนเหล่านี้ไม่ได้ร่ำรวยผิดปกติ แต่เราบอกรวยปกตินี่แหละ แต่ตรวจสอบว่าเสียภาษีครบไหม ข้อมูลเราเรียกมาตรจสอบ ส่วนใหญ่รายได้ไม่สัมพันธ์กับทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น เราไม่สรุปว่าหนีภาษี หากตรวจแล้วเสียไม่ครบก็ปรับไป แต่ต้องเรียกให้ปรับตามอายุความ
นายพิสิษฐ์กล่าวว่า ทั้งนี้การเรียกเก็บภาษีมีอายุความ 5 ปี เราสามารถตรวจสอบและย้อนหลัง หากช้าไปก็จะช้าไปเรื่อยๆ แล้วต้องมาใช้ปาฏิหาริย์อะไรอีก เริ่มที่ 2558 เราต้องเร่งดำเนินการเพราะเราเห็นว่ารายได้ปี 2557-2556 เพิ่มขึ้น เราไม่อยากให้ใช้ปาฏิหาริย์จึงต้องเร่งรัดไป ที่ผ่านมาหน่วยงานจัดเก็บสงสัยมีงานเยอะ เรราเลยต้องเร่งรัดในช่วงนี้ ไม่เช่นนั้นก็จะเดือดร้อนต้องใช้อำนาจพิเศษ ขอให้ใช้อำนาจปกตินี่แหละแต่ต้องขยันหน่อย
"ไม่มีอะไรผิดปกติ สรรพากรถามมาแล้ว รวยเป็นปกติแต่เมื่อแสดงแล้วทรัพย์เพิ่ม หนี้ลดลงมาจากไหนเราต้องสันนิษฐานมาว่ามีรายได้ แต่เมื่อมาดูกับแบบที่ยื่นมีการสียภาษีไม่สัมพันธ์กัน"นายพิสิษฐ์กล่าว
เมื่อถามว่าเรื่องนี้เอามาขู่หรือไม่ นายพิสิษฐ์กล่าวว่า ไม่ได้ขู่คนไทยมีหน้าที่ต้องเสียภาษี หากเสียภาษีไม่ครบก็ต้องทำให้ครบ หน่วยงานก็ต้องมีหน้าที่เร่งรัดจัดเก็บให้ครบ เราไมได้ตรวจแค่อาชีพนักการเมืองมีเจ้าสัวห้างดังด้วย สองปีที่ผ่าสนมาเราเร่งรัดให้จัดเก็บได้หมื่นกว่าล้าน
นายพิสิษฐ์กล่าวว่าหากไม่เดินหน้าต่อ หากครบกำหนด เราก็ทำหน้าที่แทนเขาไม่ได้ เราเป็นหน่วยงานตรวจสอบติดตาม หากไม่ทำแล้วเวลาล่วงเลย ก็ต้องมีคนรับผิดชอบ ทั้งนี้ไม่อยากพูดเรื่องประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เพราะเหมือนไม่ให้เกียรติคนทำงาน แต่หากมีหน้าที่แล้วไม่ทำก็ต้องเข้าข่าย
เมื่อถามว่าจะมีการตรวจสอบนักการเมือง หรือผู้บริหารชุดปัจจุบันหรือไม่ "เราไม่สนใจว่าใครเป็นใครเราเปิดมาดู มันเห็นอยู่แล้ว เป็นยุคไหนก็ตรวจทั้งนั้น เพราะหน้าที่เสียภาษีเป็นของทุกคน สรรพากรก็ต้องตรวจ สตง .เราก็จี้มา 60 คนแล้ว ที่เหลือต้องให้ไปตามตรวจอีกหรือ"



