ข่าว

เอกชนหนุนรบ.ใช้พรบ.มั่นคงหวั่นซ้ำรอยพัทยา

เอกชนหนุนรบ.ใช้พรบ.มั่นคงหวั่นซ้ำรอยพัทยา

31 ส.ค. 2552

ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหนุนรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง หวั่นซ้ำรอยการประชุมอาเซียนซัมมิตจนกระทบการท่องเที่ยว

 (31ส.ค.)นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐบาลจะมีการนำ พ.ร.บ.ความั่นคงที่จะนำเข้าประชุม ครม.เพื่อหารือว่าจะยกเลิกหรือประกาศใช้ต่อ ในวันที่ 1 ก.ย.นี้ ว่า สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ เคยได้ให้ข้อคิดเห็นว่าเหตุการณ์ที่ทำให้กระทบต่อเศรษฐกิจท่องเที่ยวมากที่สุดคือเหตุการณ์ที่ผู้ชุมนุมปิดสนามบินสุวรรณภูมิ เหตุการณ์ความรุนแรงในการประชุมอาเซียนซัมมิต ที่ พัทยา จ.ชลบุรี ทุกภาคส่วนได้เรียกร้องขอให้รัฐบาลยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือดูแลคุ้มครองไม่ให้เกิดความรุนแรง

 แต่ในครั้งนี้รัฐบาลได้ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง ถือว่าเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรง ที่จะเกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวต้องตอบรับ และสนับสนุนว่ามาตรการนี้จะสามารถช่วยค้ำจุนให้เกิดความมั่นใจต่อทุกภาคส่วน ว่าการชุมนุมต่างๆ จะไม่มีเหตุการณ์บานปลายจนนำไปสู่ความรุนแรง การที่รัฐบาลประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง ถือว่าเป็นการป้องกัน ในหลายประเทศนั้นมีกฎหมายอื่นที่สามารถให้มีการเอื้ออำนวยให้เกิดการคุ้มครองของการรักษาความมั่น

 ดังนั้นในการที่รัฐบาลประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง ในความคิดเห็นของสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวฯ ถือว่าเป็นเหตุการณ์ปกติ ที่รัฐบาลพึงต้องดำเนินการจัดการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรง และในฐานะภาคเอกชน จึงไม่เกิดความวิตกกังวล และยังสนับสนุนการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ดีกว่าที่จะปล่อยให้เหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้น ซึ่งผิดกับการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ความรุนแรง และผลเสียนั้นได้เกิดขึ้นแล้ว

 "สำหรับในวันที่ 19 ก.ย.ที่จะมีการชุมนุมครั้งใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดง ภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีความเป็นห่วงอย่างมาก ถ้าการชุมนุมนั้นอยู่ในความสงบ ก็จะไม่เกิดปัญหาใดๆ ในห้วงระยะเวลาต่อจากนี้ ตั้งแต่เดือน พ.ย.-มี.ค.เป็นฤดูกาลของการท่องเที่ยว หากมีเหตุการณ์ที่ไม่สงบเกิดขึ้น จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่ารัฐบาลไทยไม่สามารถให้ความคุ้มครองนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ได้ ทำให้ส่งผลเสียอย่างยิ่งต่อโอกาสของการฟื้นฟูของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในครั้งนี้ รวมถึงการเรียกความมั่นใจ ความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลับคืนมาได้ยากลำบาก"

 อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่ารัฐบาลทำถูกต้องแล้วของการประกาศในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ตามความจำเป็นของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่นการทำโพลล์ สำรวจความคิดเห็นของชาวต่างชาติว่า 90% ไม่มีความเข้าใจ และไม่ให้ความสำคัญต่อการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง แต่จะให้ความสำคัญว่าในประเทศไทยจะเกิดความรุนแรงขึ้นอีกหรือไม่

 ส่วนกรณีที่มีนักการเมือง หรือกลุ่มผู้ชุมนุมต่างๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวพยายามคัดค้านการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง ในขณะนี้ภาคเอกชนพยายามผลักดันการขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลผ่านในระบบของรัฐสภามากกว่าเรียกร้องผ่านการชุมนุม การกดดันด้วยกลุ่มพลัง เพราะประเทศไทยค่อนข้างได้รับความเสียหายจากการขัดแย้งทางการเมือง เศรษฐกิจ มามากแล้ว