
รมว.อุตฯชี้ปรับตัวสู่อีอีซี “ช้ากว่านี้เราสู้ไม่ได้แล้ว”
โดย -โต๊ะข่าวเศรษฐกิจ
รมว.อุตสาหกรรมย้ำทิศทางพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก เน้นเทคโนโลยียุคดิจิทัล นำพาไทยสู่ประเทศอุตสาหกรรมใหม่ เพราะถ้าไม่รีบปรับตัววันนี้ ประเทศไทยก็จะสู้ไม่ได้
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า อีอีซี เป็นยุทธศาสตร์ที่เรียบง่าย แต่มีความละเอียดสูง เพื่อผลในการพัฒนาประเทศในระยะยาว ซึ่งมีหลายประเทศที่ขับเคลื่อนในรูปแบบนี้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวข้างต้นในการเปิดเวทีสัมมนา EEC Strategy :Thailand’s Competitive Transformation จัดโดยหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ และสถานีโทรทัศน์ดิจิทัล NOW26 ร่วมกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมบอกว่า ประเทศไทยจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงมี 4 เรื่องหลัก ได้แก่ กำลังคน คนไทยจะต้องสร้างความพร้อมให้ก้าวทันโลกให้มีขีดความสามารถก้าวทันในทุกด้าน เพราะคนเป็นเรื่องใหญ่ต้องเชื่อมโยงระบบการศึกษา ด้านวิสาหกิจ ผู้ประกอบการภาคธุรกิจเอกชนไทยจะต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดแนวปฏิบัติไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งไม่ได้หมายความว่าทุกธุรกิจจะต้องไปยุค 4.0 แต่ขอให้ก้าวไปข้างหน้าในทิศทางเดียวกัน มีการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ เน้นนวัตกรรมเป็นหลักสำคัญในการเพิ่มมูลค่าสินค้าให้สูงขึ้น ส่วนเรื่องเทคโนโลยี อุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาลต้องการให้ประเทศไทยเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ และนำมาใช้อย่างกว้างขวาง โดยอุตสาหกรรมเป้าหมายไม่ได้เกิดขึ้นมาลอยๆ กำหนด 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย จะเป็น 5 อุตสาหกรรมเดิมที่นำมาพัฒนาต่อยอด ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม มีความคิดสร้างสรรคใหม่ๆ และ 5 อุตสาหกรรมใหม่ที่ต้องเร่งพัฒนาขึ้นมา ทั้งหลายเหล่านี้จะต้องบ่มเพาะผู้ประกอบการให้ก้าวกระโดดสู่เทคโนโลยีดิจิทัล
“เพราะถ้าไม่ปรับตัวก็จะมีรายอื่นเข้ามาแข่งขันมากขึ้นจนสู้ไม่ได้” นายอุตตมกล่าว และย้ำว่า จะต้องพัฒนาผู้ประกอบการที่แข็งแกร่งแล้วเพื่อไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 ใช้สมาร์ทเทคโนโลยีแข่งขันในตลาดโลก พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งโครงสร้างทางกายภาพในเรื่องของรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ ถนนใหม่ ท่าอากาศยานที่ต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมอากาศยาน ท่าเรือ เป็นต้น โดยโครงสร้างต่างๆ เหล่านี้จะเชื่อมโยง 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ขับเคลื่อนทุกอุตสาหกรรมเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาเชิงพื้นที่
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมบอกว่า รัฐบาลหวังให้อีอีซีเป็นสปริงบอร์ดขับเคลื่อนการลงทุนครั้งใหญ่ของประเทศ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นมานานแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ปี ประเทศไทยขาดเรื่องนี้พอสมควร ขณะที่ประเทศอื่นๆได้ลงทุนนำหน้าไปแล้ว และก้าวหน้าไปเร็วมาก
“โครงการอีอีซี ไม่ได้เกิดขึ้นจากศูนย์ เพราะมีอีสเทิร์นซีบอร์ดที่ได้เริ่มมา 30 ปีแล้ว แต่หลังจากนั้นเราไม่ได้ปรับเปลี่ยนประเทศมานาน ดังนั้น อีอีซี จึงอยู่บนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ และต่อยอดจากอุตสาหกรรมเดิมที่มีอยู่แล้ว เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ปิโตรเคมี และมีโครงข่ายคมนาคมที่ดี ทำให้อีอีซีมีศักยภาพในการพัฒนาสูง รวมทั้งศักยภาพที่ตั้งเชื่อมโยงไปยังระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ และตะวันออก-ตะวันตก และนอกประเทศ ไปสู่ตลาดต่างๆ ทั่วโลก ทำให้ต่างชาติมากมายมีความเชื่อมั่น ทำให้อีอีซีก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว”
สำหรับยุทธศาสตร์ในการสร้างอีอีซี จะพัฒนาใน 4 กลุ่มใหญ่ที่เป็นปริงบอร์ดก้าวกระโดดทางการลงทุนครั้งใหญ่ของไทย ได้แก่ 1.โครงสร้างพื้นฐาน 2.อุตสาหกรรมเป้าหมาย 3.การท่องเที่ยว และ 4.เมืองใหม่และชุมชนใหม่ ซึ่งอีอีซีไม่ใช่แค่สร้างอุตสาหกรรม แต่จะสร้างเมืองใหม่คู่กันไปให้สมบูรณ์ในมิติเชิงพื้นที่ เมื่อเกิดโครงการอีอีซีแล้วพื้นที่ต้องได้ประโยชน์ คนในพื้นที่ต้องมีส่วนร่วม มีองค์ประกอบของเมืองและสิ่งแวดล้อมที่ดี



