
สถานะ "เด็กพิเศษ" ที่ไม่อยากให้ใครรู้ !?
สาวโพสต์ระบายความในใจ ประสบการณ์ชีวิตที่แสนโหดร้าย "เด็กพิเศษ" โดนล้อ แกล้ง ท้าตี ไล่ออกจากงาน
เฟซบุ๊ก Misora Yoshida โพสต์ภาพข้อความ เผย ความในใจประสบการณ์ชีวิตที่แสนโหดร้ายของ "เด็กพิเศษ" โดนล้อ แกล้ง ท้าตี ไล่ออกจากงาน ไม่อยากให้ทุกคนรู้ เพราะถ้ารู้เเล้วกลัวคำว่า "เพื่อน" จะไม่มี ระบุ
" ถึงบางคนที่ไม่เชื่อนะว่าเราเป็นเด็กพิเศษ
เราจะมาเล่าประสบการณ์ชีวิตของเราที่แสนโหดร้ายและผ่านมาด้วย เรื่องมันยาว ถ้าอ่านได้นะ
บางทีคนพิการมันก็มีความเจ็บปวดนะที่โดนล้อแบบนั้น และการกระทำแบบนั้น เพราะคุณยังไม่รู้จักพวกเขาดี
- เราเป็นตั้งแต่อนุบาล 3 เพราะแม่เราใช้ความรุนแรงกับหู อย่างเช่น ตบหู ดึงหู อะไรงี้
- พอขึ้น ป.1 - ป.4 ไปเรียนภาษามือมา แต่ส่วนมากเราจะอ่านปากคนมากกว่า พ่อแม่ก็ดีใจที่ลูกพูดได้อยู่ ก็ส่งไปบำบัดหู แล้วทางรัฐก็ให้เครื่องช่วยฟังมาฟรี ใส่ 2 ข้าง และก็ไปเรียนปกติจนถึง ป.4 เทอม 2
- พอย้ายมาอยู่กับเเม่ในเมือง แม่ก็พาไปเข้าเรียน พอเป็นนักเรียนใหม่ที่นั่น โดนแกล้งแทบไม่หยุด ตะโกนใส่หูดังมาก ตั้งใจชนให้ล้มบ้าง ดึงหูบ้างก็มี แต่ก็ไม่ย้ายนะ แต่ก็มีเพื่อนคนหนึ่งที่ช่วยเราตลอด เพื่อนคนนั้นเป็นคนญี่ปุ่นครึ่งไทย เราก็เรียนให้จบ ป.6 ต่อ ม.1 อีกโรงเรียนหนึ่ง ดีใจมากที่ได้เจอเพื่อนคนเดิม เราชอบอะไรเหมือนกัน กินอะไรเหมือนกันจนเราสนิทกัน
- พอขึ้น ม.1 ครูก็บอกทุกคนว่า มีเด็กพิเศษมาเรียนด้วย ยังไงก็ช่วยเป็นเพื่อนหน่อย แต่ทั้งห้องก็นั่งหัวเราะกัน ม.1 มามีเพื่อนคนนั้นคนเดียว ที่เหลือคือแกล้งกัน บางคนก็เข้ามาห้าม จนมีรุ่นพี่ ม.2 พี่ (ผญ.) ตอนนั้นพี่เขาเข้ามาช่วย และคือพี่คนนั้นอะ ... (รักแรกพบของเรา) พี่เขาก็อยากรู้ภาษามือ เราก็สอนพอที่เราทำได้ พี่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรเลย ตั้งแต่นั้นมาแอบชอบพี่เขาจนจบ ไม่ได้บอกความรู้สึกกับพี่เขาเลย พอเรียนจบก็ไปต่ออาชีวะ
- ต่ออาชีวะแล้วมันยิ่งกว่าเดิมอีก ... พวกชอบแกล้ง ท้าตีมีปัญหาเยอะ เราโดนประจำ เรากับเพื่อนคนเดิมมาเจอกันอีกแล้ว แต่เรียนคนละสาขา เราคหกรรม เพื่อนศิลปกรรม อยู่คนเดียวแล้วโดนแกล้ง โดนท้าตีมาตลอด พอเราไปก็โดนว่าเราหาเรื่อง พอเราไม่ไปก็โดนหาว่าป๊อด เก่งแต่ปาก เราไปคนเดียวพวกนั้นก็จะรุมตีเรา ตั้งแต่นั้นมาเราก็ไปบ้างไม่ไปบ้าง วิทยาลัยอะ เพราะไปตรวจหูเกือบทุกเดือน เรียนไม่ทันเพื่อน พอจะจบเราก็ออกกะทันหัน
- พอจะสมัครงานไป เขาก็ไม่รับเรา เพราะเราคนพิเศษ คือเราถ้าหางานทำได้คือตั้งใจมาก แต่บางคนที่ทำงานไม่รู้ว่าเราเป็นแบบนี้ เวลาจะอาบน้ำหรือนอนต้องถอดเครื่องช่วยฟังออกด้วย เพราะมันเป็นแบบถ่าน ยิ่งไม่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกเลย ขนาดตั้งสั่นแล้วยังตื่นสายได้ คือ โดนไล่ออกจากงาน เพราะแบบแบตมัน 820,000 ยิ่งถ้าผ่าตัดตรงหลังหูแล้วฝังเครื่องเข้าไปแต่มันจะมีสายออกมาจากหลังหู 910,000 ก็เลยไม่เอา
- หมอบอกว่าควรเปลี่ยนเครื่องช่วยฟังได้แล้วนะ มันจะช่วยเยียวยาการได้ยินให้ดีขึ้น ทั้งยายและญาติพี่น้องก็ช่วยเรา ซื้อเครื่องช่วยฟังทั้งสองข้างในราคา 78,000 ของประเทศเยอรมนี เราดีใจมากที่ได้เครื่องใหม่ เราขอบคุณทุกคนที่ช่วยเรา ถึงเราจะพิการไม่ดีในสายตาคนอื่นที่ไม่ยอมรับกัน แต่เราว่าเราดีใจที่ได้เกิดมาอยู่กับครอบครัวนี้
ขอบคุณนะที่อ่านมาถึงที่นี่ และอยากจะบอกเพื่อนๆ พี่น้องสายคอสเพลย์ ... ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเป็นเพื่อนกับเรา ถึงแม้ว่าเราไม่ค่อยได้คุยกับทุกคนเท่าไร แต่ก็จะพยายามเข้าหานะ เราอยากจะก้าวไปพร้อมกับเพื่อนๆ อยากจะทำในสิ่งที่เราทำให้มันสำเร็จ ถึงเราจะพูดไม่เก่ง แต่เราพิมพ์มันออกมาจากใจจริง เรารักทุกคนนะ รักเพื่อน รักคอสเพลย์ รักทุกอย่างที่อยากจะทำด้วยมือ
เพิ่มเติม เรื่องความรักกับคนรักก็เหมือนกัน เขาไม่ยอมรับสิ่งที่เราเป็น (รักง่ายหน่ายเร็ว) เป็นแบบนี้แทบทุกคน บางคนยอมรับแต่พ่อแม่เขาไม่ยอมรับ เพราะงี้ไง "
" การที่เราเก็บเรื่องนั้นมาตลอดเพื่อไม่อยากให้ทุกคนรู้ ... เพราะถ้ารู้เเล้วกลัวคำว่า 'เพื่อน' จะไม่มี แต่พอได้รวบรวมความกล้าที่จะบอกไป มันช่างยากเย็นหนักหนา
ขอบคุณค่ะที่รับรู้และเป็นเพื่อนเรามาตลอด "



