ข่าว

"นายกฯ"ลั่นท้าทายเผชิญโลกที่เปลี่ยนแปลง

"นายกฯ"ลั่นท้าทายเผชิญโลกที่เปลี่ยนแปลง

17 มี.ค. 2560

"บิ๊กตู่"ระบุต้องท้าทายเผชิญโลกที่เปลี่ยนแปลง ใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ "ลั่น" ไม่เคยต่อต้านประชาธิปไตย บอกตัวเองก็เป็นนักปชต. วอนรักใครต้องมีสติใช้สมอง

        17 มี.ค. -- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานกล่าวปาฐกถาพิเศษ"การขับเคลื่อนThailand 4.0 ด้านเกษตรอาหาร และเทคโนโลยีชีวภาพ" ตอนหนึ่งว่า ทุกวันนี้ไม่ว่าจะจบคณะอะไรมาทุกอย่างต้องทำงานร่วมกัน เพราะอยู่ห่วงโซ่เดียวกัน ไม่ใช่โซ่ ที่กระทรวงยุติธรรมกำลังจะออกมา เพื่อติดตามคนที่กระทำผิด สำหรับประเทศไทยเองนั้น พื้นฐานอาชีพนคือเกษตรกรรม ที่ต้องดูแลมากเป็นพิเศษ ปัจจุบันปัญหาของโลกที่เรายังต้องติตตาม เรื่องสภาพอากาศ โรคระบาดที่เกิดขึ้นใหม่ ที่เกษตรกรต้องรับมือ พร้อมให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปคิดว่าจะทำอย่างไร ไม่ให้หนอนหัวดำมีที่ยืนในประเทศไทย

        พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เราต้องท้าทาย และเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีปัจจุบันมีความทันสมัยมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้โทรศัพท์มือถือ ประเทศไทยมีการพัฒนาในการใช้โทรศัพท์ เฟซบุ๊ค เว็ปไซด์ สูงมาก ดังนั้นขอให้ใช้ประโยชน์จากโทรศัพท์ให้มากที่สุด อย่าใช้เพียงเพื่อความบันเทิง หรือใช้เพื่อความขัดแย้ง เราจะต้องไม่หยุดนิ่ง จะดำเนินชีวิตแบบเดิม ๆ ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว หลายคนออกมาเรียกร้องให้กลับไปอยู่จุดนั้น ขุดนี้ แล้วทุกคนก็อ้างว่าจะต้องเป็นประชาธิปไตย 

      "ผมไม่เคยไปต่อต้านพวกท่าน ผมเป็นนักประชาธิปไตยคนหนึ่ง แต่ผมต้องอยู่ในกรอบประชาธิปไตยที่ถูกต้อง ทำอย่างไรประชาธิปไตยจะไม่ถูกบิดเบือน จะต้องไม่ขัดแย้ง ประชาชนจะต้องยืนอยู่ตรงไหน ถือเป็นสิ่งสำคัญของประเทศไทย หลายประเทศทำได้ทั้งหมด มีเพียงประเทศไทยประเทศเดียวที่ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง เพราะติดขัดในข้อกฎหมาย ไม่ปฏิบัติตามข้อกฎหมาย คนที่บังคับใช้กฎหมายก็ทำไม่ได้ ล้วนแต่เป็นปัญหาของประเทศ ซึ่งเราต้องร่วมมือกันจัดระเบียบสังคมอีกสักหน่อย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไปละเมิดสิทธิ์ เพียงแต่เราต้องดูว่าเวลาที่คนเหล่านี้ไปละเมิดสิทธิ์ผู้อื่น ทำให้ประชาชนสังคม และประเทศเดือดร้อนแค่ไหน โดยเฉพาะคนบางกลุ่มแล้วดูว่าทำไมพวกผมถึงต้องเข้ามาทำแบบนี้ ยืนยันว่าผมไม่ได้รังแกใคร ผมทำเพื่อทุกคนในประเทศนี้ 70 กว่าล้านคน ยืนยันว่าไม่ได้ทำเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง เราไม่สามารถจะอยู่นิ่งได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิต การทำธุรกิจ ผมและรัฐมนตรีทุกคนจะต้องเรียนรู้งานทั้งหมด ทั้งในฐานะผู้ปฏิบัติ และผู้กำหนดนโยบาย แต่ทั้งหมดอย่าไปเครียด เราต้องอยู่กับสิ่งที่เป็นปัจจุบันให้ได้ ต้องอยู่กับความขัดแย้งให้ได้ โดยตัวเราจะต้องเป็นผู้ลดความขัดแย้งด้วยตัวเอง ถ้าทุกคนช่วยกันลดความขัดแย้งก็จะลดลง ถ้าทุกคนช่วยกันปรองดองก็จะปรองดองทั้งหมด อย่าไปร่วมขัดแย้งกับใคร ไม่ใช่ใครชวนไปก็ไปกับเขาแล้วเกิดความขัดแย้ง เนื่องจากคนไทยละเอียดอ่อนมีฟิลลิงค์ รักใครก็รักจริง เกลียดใครก็เกลียดจริง เกลียดไม่เลิก เราต้องปรับตัวด้วยเหตุผล จะรักใครต้องรักด้วยเหตุผล เหมือนผู้หญิงรักใครต้องรักด้วยสมอง อย่าใช้แค่ความรู้สึก หรือรูปร่างหน้าตา จะต้องใช้สติปัญญาในการรักคน ผมมีประสบการณ์มาก่อน ต้องใช้สมอง"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

           พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราจำเป็นต้องรู้เท่าทัน และเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เป้าหมายหลักของรัฐบาลคือการนำประเทศ หลุดพ้นจากกับดักรายได้ประเทศปานกลาง กับดักคือหลุมพราง หลอกล่อให้คนเดินเข้าไปมีคนเข้ามาจูงเข้าไปตกหลุมตกร่องตลอดทาง เพราะถ้ารู้ว่าเป็นกับดักก็อย่างหลงเดินเข้าไป หาทางเดินที่ปลอดภัย ประเทศก็เช่นเดียวกันถ้ายังมัวติดกับดักเดิม ๆ ทั้งความขัดแย้ง ความไม่เข้าใจ ประชาธิปไตยที่นอกกรอบมากเกินไป ประชาชนขาดหลักคิดที่ดี การศึกษาที่ไม่ต้องเนื่องไม่เรียนรู้ คิดวิเคราะห์ไม่ได้ ก็จะทำให้ประเทศติดอยู่กับกับดักเดิม ๆ และเกิดปัญหาคนที่จ้องหาผลประโยชน์กับความอ่อนแอต่าง ๆ

         ยันไม่ลดสิทธิประโยชน์ประชาชน พ้อแค่แตะขึ้น VAT โดนรุม บอกยังขึ้นไม่ได้ ลั่นทำงานฟังเสียง 70 ล้านคน

         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้เรามุ่งเน้นแต่ขอให้คนอื่นช่วยจนเป็นบ่อเกิดขอสิ่งเหล่านี้ เราจึงต้องช่วยกันทำความเข้าใจกับสังคม เพื่อให้หลุดจากกับดักประเทศรายได้ปานกลางด้วย และชาวบ้านมีรายได้ต่อหัว 5,000 ดอลล่าห์ต่อปีต่อคน แล้วพอกินหรือไม่ ขณะที่รายได้จากการเกษตรมีน้อยกว่าและการผลิตยังขาดการเชื่อมโยง แต่บางคนยังย่ำอยู่ที่เดิม 

         "เราต้องทำให้เขามีหลักคิดที่ถูกต้อง คิดอยู่ในหลักก่อนยังไม่ต้องคิดนอกกรอบ หากมีกรอบความคิดของตัวเองหมดก็ทำงานลำบาก ไม่มีใครชอบให้เกิดความขัดแย้ง และตนไม่เคยปิดกั้น แต่ให้สรุปเป็นกลุ่มมาให้ตน เพราะฟังความคิดทุกคนไม่ได้ ทุกวันนี้ก็ฟังอยู่ 70 ล้านคน ผ่านทางสื่อสารมวลชน ตื่นเช้ามาก็หน้างอมทุกวัน ช่วงบ่ายยิ่งงอมหนักขึ้นเพราะต้องทำงาน งานเก่าก็ไม่เสร็จงานใหม่ก็ต้องทำ เพราะปัญหาเข้ามาทุกวัน โลกมีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยรัฐบาลไม่เคยหยุดที่จะเปลี่ยนตัวเอง พัฒนาตัวเองให้สอดคล่องกับความเปลี่ยนแปลงของโลก" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนไม่เคยลดสิทธิประโยชน์ของประชาชน เพียงแต่บอกว่าถ้ามันมีเงินพอก็คงไว้เท่าเดิมก่อน ก็ขออย่าเอาไปพูดอีก วันก่อนตนพูดภาษี VAT เพียงพูดให้ฟังว่าจะดีขึ้นอย่างไรหากร่วมมือกัน แล้วมันทำได้หรือเปล่า ตนก็เห็นใจ เรื่องขึ้นภาษี VAT วันนี้รัฐบาลยังทำไม่ได้ แต่อันไหนทำได้ก็ทำ ถ้ามีความขัดแย้งก็ไม่ทำ ทำที่มีความขัดแย้งน้อยที่สุด อย่าออกกฎหมายเพื่อบังคับใช้อย่างเดียว ต้องดูว่ากฎหมายออกมาแล้วประชาชนจะได้อะไร ตอนนี้ตนรื้อกฎหมายกว่า 3,000 ฉบับมาทบทวน เพราะต้องตามให้ทันโลก

            ยันทำงานไม่เอื้อประโยชน์นายทุน ลั่นทหารตายตั้งแต่วันสมัคร ซัดปรองดองคุยกลับไปกลับมา แนะนำปัญหาง่ายมาแก้ก่อน  

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า การอ่านหนังสือพิมพ์อ่านหน้าใน ๆ จะพบว่ามีประโยชน์ ขอให้อ่านหน้าที่มีสาระวันละครึ่งหน้าก็พอ แล้วจะเห็นว่ารัฐบาลทำอะไรไปบ้าง ตนยืนยันว่าไม่ได้ทำงานเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มใด แต่ต้องลากคนมาช่วย เพื่อสร้างรายได้ให้กับผู้มีรายได้น้อย

          "วันนี้ผมเข้ามาตักตวงเหรอ ผมไม่สงสารประเทศเหรอ แผ่นดินนี้ที่พวกผมรักษา แล้วให้เหยียบกันอยู่ทุกวัน ตายทับถมกันไปเท่าไร ใครตาย นั่นแหละคือสิ่งที่ผมคิด ผมถึงเข้ามาอยู่ตรงนี้ ผมไม่ได้ทวงบุญคุณกับใครทั้งสิ้น ทหารมันตายตั้งแต่วันแรกที่สมัครเข้ามาเป็นทหารแล้ว เพราะต้องไปรบไปอยู่ชายแดน อย่างน้อยก็รถคว่ำตาย เพราะไปไกลบ้านพอนั่งรถกลับมาก็ตายไปเยอะ เสี่ยงมาถึงวันนี้ได้ก็บุญแล้ว และผมก็ต้องมาเสี่ยงต่ออีก มันควรจะพักผ่อนได้แล้ว" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้เวลาทำอะไรก็ตามถ้าเอาปัญหาทั้งหมดขึ้นมาบนโต๊ะคงทำอะไรไม่ได้ ต้องคัดแยกปัญหาออกมา แล้วทำสิ่งที่ง่ายก่อน ส่วนปัญหายากก็ทำคู่ขนานกันไป วันนี้พอจะเริ่มคุยกันก็เอาสิ่งยากมาก่อน ก็เลยไม่ได้ทำกัน อย่างเรื่องปรองดอง รอดูว่ามันจะได้หรือไม่ ย้อนกลับไปกลับมา ตนแนะนำว่าให้เขาพูดเรื่องวันนี้ วันข้างหน้า ว่าจะอยู่กันอย่างไร ส่วนอย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง แต่ก็ไม่เอา พูดเรื่องที่มีความขัดแย้ง แล้วประชาชนที่อยู่ตรงกลางได้อะไร เดี๋ยวก็หาว่าตนไปว่าอีก พวกคนดีทั้งหลาย

           แฉผู้หญิงนั่งกินอาหารในโรงแรมกล่าวอ้างรู้จักนายกฯ สั่งข้าวเผื่อ บางคนขับรถผ่านบ้านก็อ้างรู้จัก เผยรองนายกฯ-รมต.โดนหมด ชี้ใครเชื่ออันตราย

         "เมื่อวานผมเผลอพูด ผมเป็นมนุษย์ก็เขาเล่าให้ฟังหน่อย บอกว่าประเทศไทยมีปัญหาเรื่องคอร์รัปชั่น แต่มีคำพูดกลับมาว่าปัญหาคอร์รัปชั่นเป็นปัญหาที่ทหารอ้างไว้ปฏิวัติ ดูเขาคิดซิ เฮ้อ...หมดแรงจริงที่ทำงานมาทุกวันนี้ ผมปวดหัวกับเรื่องพวกนี้ ผมยืนยันว่าผมกับรัฐบาลทุกคนพยายามแก้ปัญหานี้ ใครมีความผิดตรงไหรเอามาให้ผมดู หลายคนอ้างผมก็มีผมรู้ แต่ผมไม่เคยรู้จักใคร ไม่เคยมีใครไปหาที่บ้าน รัฐมนตรีก็ไม่พบใคร ผมได้ข้อมูลมาไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา เขาบอกมีผู้หญิงคนนึง ไปกินข้าวที่โรงแรม ผมยังไม่รู้ว่าเป็นใคร ปรากฎว่ากำลังทานข้าวอยู่ บอกว่าวันนี้เราสั่งอาหารที่นายกฯชอบทั้งนั้นเลย ผมยังไม่รู้ว่าผมชอบอะไร แล้วมันรู้ได้ยังไง แล้วพูดอีกว่านึกถึงนายกฯเขา เขาคงอยากทาน เดี๋ยวโทรไปถามเขาดีกว่าแล้วยกโทรศัพท์ขึ้นมา ฮัลโหลว่าไงค่ะ กำลังทานนี่อยู่ จะทานไม๊ค่ะ แล้วก็วางหู โทรจริงหรือไม่ก็ไม่รู้ แล้วก็บอกในก๊วนว่าเดี๋ยวเราสั่งฝากนายกฯหน่อย แล้วก็เรียกเด็กมาสั่งอาหารใส่กล่องให้นายกฯ คนแบบนี้เยอะเลย ไม่เข้าใจมันเป็นอะไรกัน อ้างนี้อ้างคนโน้นอ้างจนมาเละไปหมด ทำไมเห็นแก่ตัวกันผมไม่เข้าใจ ผมเข้ามาด้วยเหตุ ฉะนั้นจะไม่ทำเรื่องเหล่านี้เด็ดขาด มีทั้งรัฐมนตรีและรองนายกฯโดนหมดทุกคน รู้จักทุกคนสนิททุกคน เป็นสายคนนี้คนโน้นผมไม่เข้าใจ ขับรถผ่านบ้านก็บอกรู้จักกัน แต่ก่อนอ้างเฉพาะเข้าซอยบ้าน วันนี้จอดปากซอยรู้จักแล้ว นายกฯสั่งมาแล้ว ผมไม่อยากว่าคนพวกนี้มากนัก แต่คนที่ไปเชื่อเขาอันตราย อย่าเชื่อใครโดยไม่มีเหตุผล" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
        ลั่นทำงานแบบทหารไม่เสร็จไม่กลับ ขอตายในสนาม เชื่อเอื้อประโยชน์เครือญาตไม่หมดในสังคมไทย บ่นเหลือเพื่อนน้อย

       พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ประเทศไทยระบบเครือญาติยังมีอยู่ แต่จะทำอย่างไรถึงจะไม่ทุจริต ไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น ไม่มีหรอกที่เราจะไม่รู้จักกับใคร ทุกคนมีเพื่อน ดีหรือไม่ดีกก็เพื่อนช่วยมันสักหน่อย คนไทยคิดแบบนี้ วันนี้ตนทำแบบนั้นไม่ได้ วันนี้เพื่อนตนเหลือน้อยที่สุด เหลือที่เป็นรัฐมตรีไม่กี่คน นอกนั้นทิ้งตนหใดแล้ว

         วันนี้มันเลือกตั้งได้ เลือกตั้งมีคนเลือกอยู่แล้ว เลือกได้ก็เลือกไป ปัญหาคือจะเลือกแล้วได้คนเดิมหรือไม่ก็ไม่รู้ และที่ผ่านมาประชาธิปไตยเราก็ไม่ได้ล้มเหลว แต่ต้องมาช่วยกันตกแต่ง ตนเป็นคสช.ก็เหมือนช่าง ซึ่งทำคนเดียวไม่ได้อยู่แล้ว

        "รัฐธรรมนูญมีอยู่แล้วไม่ใช่เอามาตีกัน  รัฐธรรมนูญถือเป็นกฎหมายหลัก  กฎหมายลูก กฎหมายรองในเชิงบังคับว่ารัฐต้องทำอย่างนี้ ประชาชนต้องทำอย่างนั้น มันมีกฎหมายตัวนี้อยู่ ท่านบอกว่ารัฐธรรมนูญเขียนว่าทุกคนมีสิทธิเสรีภาพแล้วยังไง แล้วคนอื่นเขาเดือดร้อนหรือไม่ วันนี้เดือดร้อนออกมาเป็นกลุ่ม ๆ แต่เมื่อออกมารวมกันมาก ๆประเทศก็เดือดร้อน ฉะนั้นทุกคนต้องสงบตรงนี้ให้ได้ ผมก็แก้ปัญหาทุกจุด ทุกคนก็ต้องรอเวลาบ้าง พูดคุยสอบถามข้อเท็จจริงบ้าง แต่หลายเรื่องเอาความคิดเดิม ๆ ไปต่อต้านทั้งหมดจะเดินไปได้อย่างไร มันไปไม่ได้ก็เจ๊งเหมือนเดิม ทำไปไร้ค่าไร้ประโยชน์ ก็อยากให้สร้างความเข้าใจหน่อย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนอาจจะไม่ได้เก่งวิชาการ แต่อาจจะเก่งเรื่องการทำให้เป็นรูปธรรม ทหารทำได้แค่นี้ แต่ตนต้องอ่านหนังสือมากๆ การคิดแบบทหารบางทีก็ทำให้เกิดได้เร็วขึ้น เพราะทหารถ้าทำงานไม่เสร็จกลับบ้านไม่ได้ ถ้าเข้าไปยึดที่หมายไม่ได้ กลับบ้านไม่ได้ ตายอยู่ที่นั่น นี่คือนิสัยทหาร ตนจึงต้องทำทุกอย่างให้เสร็จเดินไปข้างหน้าให้ได้ สู่ที่หมายสุดท้ายคือมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน วันนี้ปัญหาข้างทางเยอะต้องกำจัดไปให้ได้ แก้ด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน