
"บุญยอด"สวน"โอ๊ค" บิดคำพิพากษา
"บุญยอด"สวนโอ๊คบิดคำพิพากษาศาล แฉนิติดรรมอำพราง แนะหยุดใช้เรื่องครอบครัวตัวเอง เอี่ยวปรองดอง
17 มี.ค. นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีตส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายพานทองแท้ ชินวัตร โพสต์เฟซบุ๊ค ตอบโต้รัฐบาลที่ให้กรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปกว่า 1.6 หมื่นล้านว่า ไม่สามารถทำได้เพราะเรื่องจบไปตั้งแต่ 8 ปีที่แล้วว่า ในเนื้อหาโพสต์ดังกล่าวมีการบิดเบือนคำพิพากษาของศาลที่มีการยึดทรัพย์ นายทักษิณ ชินวัตร บิดาของนายพานทองแท้ จำนวน 4.6 หมื่นล้านบาท เนื่องจากร่ำรวยผิดปกติ โดยนายพานทองแท้อ้างว่า กรณีศาลฎีกาฯได้ยึดเงิน 4.6 หมื่นล้านบาทไปแสดงให้เห็นว่า ในแนวทางการวินิจฉัยนั้น สรุปว่ามิได้มีการซื้อขาย ที่เป็นมูลเหตุให้ต้องเสียภาษีเลย ทรัพย์สินก็ถูกยึดไป ตามจำนวนที่ศาลได้พิจารณาว่าเหมาะสมในการ "เอาผิด" แล้ว ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงการที่นายทักษิณขายหุ้นให้นายพานทองแท้ตามที่กล่าวอ้างในปี 42 นั้น เป็นการขายบริษัทแอมเพิลริชให้กับนายพานทองแท้และนางสาวพิณทองทา ซึ่งเป็นคนละประเด็นกับการเรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปจากรายได้ที่นายพานทองแท้และนางพิณทองทา ได้จากการซื้อหุ้นในราคา 1 บาทนอกตลาดหลักทรัพย์จากบริษัทแอมเพิลริช เพื่อนำไปขายให้กับกลุ่มทุนเทมาเส็คในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นการทำนิติกรรมอำพรางเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี
“ในคำพิพากษาของศาลฎีกาฯไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับการทำนิติกรรมอำพรางเพื่อหลีกเลียงภาษีระหว่างนายพานทองแท้ นางสาวพิณทองทากับบริษัทแอมเพิลริชแต่มีคำพิพากษาจากศาลอาญาเมื่อวันที่ 28 ก.ค. 59 ที่นายพานทองแท้ไม่ยอมกล่าวถึง โดยในคำพิพากษาดังกล่าวตัดสินชัดเจนว่า ธุรกรรมจากการที่นายพานทองแท้และนางสาวพิณทองทาที่ซื้อหุ้นราคา 1 บาทจากแอมเพิลริชไปขายเทมาเส็กราคา 49.25 บาท ในตลาดหลักทรัพย์จำนวนกว่า 329 ล้านหุ้นนั้น เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร และพิพากษาจำคุกนางเบญจา หลุยเจริญ กับข้าราชการกรมสรรพากรอีก 3 คน เป็นเวลา 2 ปี ไม่รอลงอาญาฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ จากการวินิจฉัยว่าการซื้อหุ้นชินคอร์ป 1 บาทจากแอมเพิลริชของนายพานทองแท้กับนางสาวพิณทองทา ไม่ต้องเสียภาษีทำให้รัฐเกิดความเสียหาย”
นายบุญยอด กล่าวต่อไปว่า ถ้าคนในครอบครัวของนายทักษิณ ไม่ได้ทำผิดคงไม่มีใครไปเอาผิดได้ และที่นายพานทองแท้ถามว่ารัฐบาลต้องการอะไรจากครอบครัวผมอีกนั้น ตนขอตอบแทนในฐานะ ๆ คนไทยว่า สิ่งที่ต้องการคือนำเงินที่ถูกปล้นไป กลับมาเป็นของแผ่นดิน ทั้งนี้การที่นายพานทองแท้นำเอาการกระทำผิดกฎหมายของคนในครอบครัวตัวเองมาเป็นเครื่องต่อรองกับการปรองดอง เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และยิ่งตอกย้ำถึงสาเหตุที่มีความขัดแย้งกันอยู่ ก็เกิดจากครอบครัวของนายพานทองแท้ไม่เคารพกฎหมายบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อให้เกิดความแตกแยกและใช้เป็นเครื่องมือเพื่อบีบผู้มีอำนาจไม่ให้ดำเนินคดีกับตัวเอง



