
"ปภ."เผยปัญหาหมอกควัน"ลำปาง-แม่ฮ่องสอน-ตาก"เข้าขั้นวิกฤต
"อธิบบดีปภ."สั่งการปภ. 9 จังหวัดภาคเหนือ เร่งแก้ปัญหาหมอกควันไฟ ระบุ"ลำปาง-แม่ฮ่องสอน-ตาก"สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤติแล้ว
16 มี.ค. 60 - ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) นายฉัตรชัยพรหมเลิศ อธิบดีปภ. กล่าวถึงสถานการณ์หมอกควันไฟป่าทางภาคเหนือว่า จากการประสานข้อมูลคุณภาพอากาศกับกรมควบคุมมลพิษเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2560 เวลา 05.00 น. พบว่าพื้นที่ภาคเหนือ 9จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน น่านแพร่ พะเยา และตาก ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน(PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 68 – 153 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) มีค่าระหว่าง 61 - 130 ซึ่งคุณภาพอากาศในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลางถึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
โดยมี 3 จังหวัด ที่ปริมาณฝุ่นละอองในอากาศเกินค่ามาตรฐานและส่งผลกระทบ ต่อสุขภาพ ได้แก่ ลำปาง แม่ฮ่องสอน และตากโดยจ.ลำปาง ในพื้นที่ตำบลสบป้าด อำเภอแม่เมาะ มีคุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐานและอยู่ในระดับส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่า108 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) มีค่า130 จ.แม่ฮ่องสอน ในพื้นที่ตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24ชั่วโมง มีค่า 153 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และดัชนีคุณภาพอากาศ(AQI) มีค่า 115 และจ.ตาก ในพื้นที่ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24ชั่วโมง มีค่า 136 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และดัชนีคุณภาพอากาศ(AQI) มีค่า 107
"ปภ. ได้ประสาน 9 จังหวัดภาคเหนือดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างเข้มข้น ใช้กลไกประชารัฐ ขับเคลื่อนการทำงานในมิติเชิงพื้นที่ กำหนดมาตรการป้องกันให้เหมาะสมกับสภาพปัญหาในพื้นที่ พร้อมจัดตั้งกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และอำเภอ จัดเจ้าหน้าที่ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศ และประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงจัดชุดลาดตระเวนเฝ้าระวังและระงับเหตุไฟป่า พร้อมระดมสรรพกำลังเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครภาคประชาชนจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงคุมเข้มไม่ให้มีการเผาในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าไม้ พื้นที่เกษตรกรรม ชุมชนหมู่บ้าน และพื้นที่ริมทาง และรณรงค์ให้เกษตรกรใช้วิธีไถกลบเศษวัสดุทางการเกษตรแทนการเผา หรือใช้สารอินทรีย์ย่อยสลายตอซังควบคู่กับการจัดทำข้อตกลงของชุมชนประกาศเขตห้ามเผาเป็นระยะเวลา 60 วัน ให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาในพื้นที่ รวมถึงระดมวัสดุอุปกรณ์ และเครื่องมือฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อเพิ่มความชื้นและลดปริมาณฝุ่นละอองหมอกควันในอากาศ อีกทั้งรณรงค์ประชาสัมพันธ์ผ่านเสียงตามสายหมู่บ้าน รถกระจายเสียง วิทยุ และโทรทัศน์ชุมชนถึงผลกระทบจากปัญหาไฟป่าหมอกควัน" อธิบดี ปภ. กล่าว



