
ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพัฒนาให้วงการเกษตรก้าวไกล
แม้ไม่เคยเห็นพระองค์จริง แต่ก็เฝ้าชื่นชมพระบารมีผ่านข่าวพระราชสำนัก
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศภายในพระบรมมหาราชวัง วันนี้ (16 มี.ค.) สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ามากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เวลา 04.50 น.มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศมารอต่อแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าวแต่พสกนิกรต่างไม่ย่อท้อต่อการรอคอย
นางสาวขนิษฐา กุลกิจ วัย 28 ปี สาวโรงงานจาก อ.บางปะอิน จ.อยุธยา เดินทางมาพร้อมกับเพื่อนร่วมงาน นางสาวอัจฉราพร รักพงษ์ วัย 27 ปี บอกว่า ตอนที่ทราบข่าวว่าพระองค์ท่านสวรรคต เสียใจมากๆ ร้องไห้ตลอด แต่เพิ่งมีโอกาสมากราบสักการะพระบรมศพเป็นครั้งแรก ที่เลือกเดินทางมาวันนี้เพราะเป็นวันหยุดจึงชักชวนกันมาตั้งแต่เช้าตรู่ด้วยรถประจำทาง กระทั่งเวลาประมาณ 10 โมงเศษๆ ถึงได้ขึ้นไปกราบพระบรมศพด้านบนพระที่นั่งดุสิต โดยตั้งจิตอธิษฐานขอให้พระองค์ท่านเสด็จสู่สวรรคาลัย ให้พระองค์ท่านได้พักผ่อนพระวรกาย เพราะที่ผ่านมาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากมายเพื่อประชาชนคนไทย โดยส่วนตัวจะขอน้อมนำแนวคำสอนของพระองค์ท่านในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ ด้วยการใช้จ่ายอย่างพอเพียง ไม่ฟุ่มเฟือย พอใจในฐานะของตัวเอง
ด้าน นางเฉลิมรัตน์ มีสุขศรี อายุ 47 ปี ชาวจังหวัดสงขลา เดินทางโดยเครื่องบินโดยสารมาพร้อมมารดา นางอุไร อายุสุข อายุ 79 ปี และอุ้มหลานสาว ด.ญ.พิชชาภา ชูนิยม อายุ 1 ปี 1 เดือน ตั้งแต่เมื่อวานแล้วพักค้างแรมที่บ้านของลูกสาวซึ่งเป็นครูอยู่ในกรุงเทพฯ กล่าวว่า วันนี้รู้สึกปลาบปลื้มใจมากที่ได้มากราบสักการะพระบรมศพสมความตั้งใจ และเพิ่งมาเป็นครั้งแรกเพราะบ้านอยู่ไกลและต้องทำสวนยาง
“ส่วนตัวไม่เคยเห็นในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์จริง ได้แต่ชื่นชมพระบารมีผ่านข่าวพระราชสำนัก ขณะที่พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจช่วยเหลือประชาชน กระทั่งมีโครงการพระราชดำริต่างๆ รวมทั้งโครงการแก้มลิง จ.สงขลา ช่วยลดปัญหาอุทกภัยยามน้ำท่วม พระองค์ทรงทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อคนไทยมาตลอด 70 ปี สิ่งที่ส่วนเองจะทำเพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณพระองค์ ได้ก็คือการประกอบอาชีพโดยสุจริต กระทำสิ่งใดก็ตามไม่เป็นที่เดือดร้อนแก่ผู้อื่น” นางเฉลิมรัตน์กล่าว
ขณะที่ นางสาวนิศาชล อาญาสิทธิ์ อายุ 25 ปี ชาว จ.หนองคาย มาพร้อม นางสาวลำดวน ดวงนามล อายุ 24 ปี ชาว จ.ขอนแก่น ทั้งคู่ทำงานและอาศัยอยู่เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ มากราบพระบรมศพเป็นครั้งแรก กล่าวร่วมกันว่า จริงๆ อยากจะมาตั้งนานแล้วแต่ไม่มีโอกาส แต่วันนี้หยุดตรงกันพอดีจึงชวนกันมา ทั้งนี้ พวกเรารู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ร.9 โดยเฉพาะพระมหากรุณาธิคุณด้านการเกษตร ที่พระองค์ได้พระราชทานแนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรพอเพียง และทรงทำหลายๆ อย่างเพื่อให้สามารถทำการเกษตรได้ดี เพราะไทยเป็นเมืองเกษตรกรรม ก็ถือว่าพระองค์ได้มาพัฒนาให้วงการเกษตรก้าวไกล ซึ่งนิสิตนักศึกษาที่เรียนด้านเกษตรมาจะรู้ดีถึงพระอัจฉริยภาพและพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ นอกจากนี้ยังชอบโครงการศึกษาสร้างพลังงานทางเลือกของพระองค์ ที่นำปาล์มมาทำน้ำมัน เป็นภูมิปัญญาที่สร้างทางเลือกและรายได้ให้เกษตรกรอย่างมั่นคง
“จากนี้พวกเราตั้งใจจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ตามคำสอนของพระองค์ที่พระราชทานไว้ให้คนไทย ส่วนตัวยังคิดว่าถ้าคนไทยน้อมนำมาปฏิบัติตามกันได้ทุกคน ประเทศจะพัฒนาก้าวหน้าและเป็นสังคมที่น่าอยู่” นางสาวนิศาชลและนางสาวลำดวนกล่าวร่วมกัน



