
"ศรีสุวรรณ"จี้สปท.คาดโทษอนุสรโขกเด็กเสิร์ฟ
"ศรีสุวรรณ"จี้สปท.คาดโทษอนุสรโบกเด็กเสิร์ฟ ซัดทำเสียเกียรติ ไม่ควรจบเรื่องแค่ยอมความ จ่ายค่าปรับ
15 มี.ค. -- นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ตนได้ลงนามในแถลงการณ์ ของสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เรื่อง ขอเรียกร้องให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปท.)ใช้อำนาจตามมาตรา 12 ปลดสมาชิก สปท. ที่มีพฤติการณ์สร้างความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของการเป็นสมาชิกสปท. ซึ่งระบุว่า ตามที่สื่อโซเชียลมีเดียได้เผยแพร่คลิปและเอกสาร ภายหลังพนักงานร้านอาหารชื่อดังย่านอารีย์ ได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สน.บางซื่อ เพื่อดำเนินคดีต่อ นายอนุสร จิรพงศ์ สมาชิกสปท. ในข้อหาทำร้ายร่างกาย เหตุจากเมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา นายอนุสรได้ใช้หลังมือตบหน้าหรือเขกศรีษะพนักงานร้านอาหารรายดังกล่าว ขณะเดินไปให้บริการที่โต๊ะเพราะการไปเรียกสรรพนามว่า “ป๋า” ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่าเป็นคำไม่สุภาพนั้น และได้มีการยอมรับผิดโดยการจ่ายค่าปรับขั้นสูงสุดหนึ่งหมื่นบาทตามที่กฎหมายกำหนดไปแล้วนั้น
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวไม่ควรที่จะจบสิ้นลงไปเพียงแค่การเจรจายอมความหรือการจ่ายเงินค่าปรับตามกฎหมายเท่านั้น เพราะพฤติการณ์หรือการกระทำดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของการเป็น สปท. โดยชัดแจ้ง อันเป็นความชอบที่สมาชิกสภาการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศจะได้ใช้อำนาจตามมาตรา 12 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 39/2 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 1 มาดำเนินการลงโทษตามมาตรา 9 (4) ได้
ทั้งนี้สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)ต้องทำหน้าที่ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำแนวทางและข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปด้านต่าง ๆ ตามมาตรา 27 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 รวมทั้งการยกร่างกฎหมายเพื่อเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี คณะรักษาความสงบแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงถือได้ว่าเป็นผู้ทรงเกียรติที่จะต้องประพฤติและปฏิบัติตัวให้เป็นที่เคารพและน่าเชื่อถือต่อประชาชนหรือสาธารณชน แต่เมื่อมีกรณีที่ถือได้ว่าเป็นการสร้างความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของการเป็นสมาชิกสภา สปท. โดยชัดแจ้งเช่นนี้ หากสปท. ไม่ใช้อำนาจตามมาตรา 12 ก็ต้องถือได้ว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับพวกเดียวกันอันมีความผิดตามประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติและกรรมาธิการ พ.ศ.2558 ตามข้อบังคับสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ พ.ศ.2558 ด้วย



