
ครูสอนภาษาชาวไอร์แลนด์กุข่าวโดนคนขับรถตู้ลักเงิน
คนขับรถตู้กรุงเทพฯ - พัทยา ยัน ยอมรับไล่ครูสอนภาษาชาวไอร์แลนด์ ลงจากรถจริงเนื่องจากเมา ยันไม่ได้ลักทรัพย์ ด้านเจ้าตัวรับสารภาพพร้อมขอโทษ แต่ตำรวจดำเนินคดีข้อหาท
เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 15 มีนาคม ที่ สภ.เมืองชลบุรี พ.ต.อ. สมโชค ตาผล ผกก.สภ.เมืองชลบุรี ร.ต.ท.หญิง ปาณิศา กุญชรินทร์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองชลบุรี ได้นำตัว นายเคร่อน ดาฟฟี่ อายุ 25 ปี ชาวไอซ์แลนด์ ครูสอนภาษาโรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ มาสอบปากคำ เนื่องจากเมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 14 มีนาคม นายบุตดี ศรีมนตรี อายุ 52 ปี ขับรถตู้สายพัทยา-กรุงเทพ เพื่อนำผู้โดยสารไปส่งที่กรุงเทพฯ โดยมีนายเคร่อน ดาฟฟี่ นั่งมาในรถด้วย ขณะที่ขับมาตามถนนสุขุมวิท ถึงบริเวณหน้าวัดเนินสุทธาวาส อ.เมือง จ.ชลบุรี ปรากฏว่านายเคร่อน ดาฟฟี่ มีอาการมึนเมาและอาละวาดในรถ นายบุตดี จึงได้จอดรถและนำตัว นายเคร่อน ดาฟฟี่ ออกมานอกรถและได้ผลักจนล้มลง แต่มีข่าวออกไปว่า คนขับรถตู้ทำร้ายชาวต่างชาติ และยังได้ฉกเงินไป 2,500 บาท จึงได้นำตัวมาสอบสวนข้อเท็จจริง
ด้านนายปัญญา คุมกลางธนบดี อายุ 56 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์กล่าวว่า ขณะที่ขับรถมาส่งลูกชาย เห็นคนขับรถตูผลักชาวต่างชาติ เกรงว่าจะเกิดภาพพจน์ไม่ดีกับประเทศไทย จึงลงจากรถไปช่วยเหลือชาวต่างชาติ แต่ก็ไม่มีเหตุการณ์อะไรรุนแรง
จากการสอบสวนนายเคร่อน ดาฟฟี่ สารภาพว่า ได้นั่งรถตู้มาและดื่มเบียร์มา 2 ขวด ยอมรับว่าเมา ส่วนเงินที่หายไป 2,500 บาท นั้นไม่รู้ว่าหายไปช่วงไหน และไม่ใช่คนขับรถตู้เอาไป นอกจากนี้ Mr.Ciaran ยังได้กล่าวขอโทษประเทศไทย ที่ตัวเขาเองเมาขาดสติ ไม่ต้องการทำให้ประเทศไทยเสียหายแต่อย่างใด
หลังจากนั้นนายบุตดี คนขับรถตู้ ได้มาพบพนักงานสอบสวนพร้อมทั้งแถลงข่าวการปรับความเข้าใจกัน หลังจากนั้นกล่าวว่า ดีใจที่ทำให้หลายคนเข้าใจ ที่ตนเองมาแสดงความบริสุทธิ์ใจครั้งนี้ ยอมรับว่าเกิดเหตุ นายเคร่อน ดาฟฟี่ ด่าตนเองอยู่ในรถ เกิดความโมโห จึงได้นำตัวออกมาจากรถตู้ เพราะสร้างความรำคาญให้กับผู้โดยสาร ช่วงนั้นโมโหมาก ขาดสติและได้ผลักนายเคร่อน ดาฟฟี่ จนล้มลงไป แต่ไม่ได้ทำอะไร ขับรถตู้มานานหลายปีไม่เคยมีปัญหากับผู้โดยสาร ครั้งนี้เป็นครั้งแรก
พ.ต.อ. สมโชค ตาผล ผกก.สภ.เมืองชลบุรี กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากคนขับรถตู้มีสติ และจอดรถบริเวณป้อมตำรวจที่มีหลายแห่งอยู่ข้างทาง ปัญหาก็จะไม่เกิดขึ้น ถือว่าทั้ง 2 ฝ่ายไม่มีความผิด อย่างไรก็ตามจะต้องดำเนินคดีคนขับรถตู้ข้อหาปล่อยปละละเลยผู้โดยสาร



