
หวั่น7อุตสาหกรรมเสียเปรียบชี้ต้นทุนแพงกว่าเพื่อนบ้าน-แนะตั้งกองทุนช่วยเหลือ
ส.อ.ท.ชี้ 7 อุตสาหกรรมไทยส่อถูกกระทบหลังเปิดเสรีอาเซียน หวั่นเหล็ก-ยานยนต์-สิ่งทอ-อิเล็กทรอนิกส์ เสียเปรียบต้นทุนผลิตสูงกว่าเพื่อนบ้าน จี้รัฐสร้างมาตรฐานป้องกันสินค้าคุณภาพต่ำตีตลาดในประเทศ แนะตั้งกองทุนช่วยผู้ประกอบการ
นายชาญ สารเลิศโสภณ ผู้อำนวยการบริหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า หลังมีการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ทำให้เกิดตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน ส.อ.ท.ประเมินแล้วพบว่าอุตสาหกรรมของไทย 7 สาขาจะได้รับผลกระทบ คือ 1.เหล็ก อาจได้รับผลกระทบจากโรงถลุงเหล็กของ อินโดนีเซีย ที่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่า 2.ยานยนต์และชิ้นส่วน อาจได้รับผลกระทบจากโรงงานประกอบรถยนต์ในไทยหันไปซื้อชิ้นส่วนจากมาเลเซียที่ราคาถูกกว่า และต่างชาติย้ายฐานผลิตไปเวียดนาม
3.สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ผู้ผลิตรายใหญ่อาจจะย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้าน จนกระทบต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 4.เครื่องจักรกล ผู้ประกอบการไทยอาจได้รับผลกระทบจากมาเลเซียและเวียดนาม 5.โลหะและผลิตภัณฑ์ 6.ผลิตภัณฑ์พลาสติก ได้รับผลกระทบจากเวียดนามและกัมพูชา และ 7.เฟอร์นิเจอร์ได้รับผลกระทบจากสินค้าราคาถูกของเวียดนาม
ทั้งนี้ การเตรียมความพร้อมรองรับเออีซีทางผู้ประกอบการต้องปรับตัว เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและขนส่ง ลดต้นทุน โดยนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ รวมตัวเป็นคลัสเตอร์ รวมทั้งสร้างความสัมพันธ์กับเอกชนในอาเซียน หรือหากมีความพร้อมก็ควรออกไปลงทุนหรือร่วมทุนในประเทศเพื่อนบ้าน
"ภาครัฐต้องกำหนดยุทธศาสตร์รับมือการเปิดเสรี หรือมีแนวทางเยียวยาผู้ประกอบการ เช่น ตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ประกอบการ เพราะปัจจุบันหลายชาติในอาเซียนกำหนดมาตรฐานกีดกันการนำเข้า ดังนั้นหน่วยงานรัฐ ควรปรับปรุงและพัฒนามาตรฐานสินค้าขึ้นมา เพื่อป้องกันสินค้าด้อยคุณภาพเข้ามาตีตลาดไทย และหากพบความผิดปกติของสินค้านำต้องมีมาตรการป้องกันฉุกเฉิน (เซฟการ์ด)" นายชาญ กล่าว
นางหิรัญญา สุจินัย ที่ปรึกษาด้านการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า เออีซีจะทำให้การเคลื่อนย้ายการลงทุนในอาเซียนสะดวกขึ้น ดังนั้นไทยจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับการลงทุนใหม่ เนื่องจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีจะใกล้เคียงกัน โดยจุดแข็งของอุตสาหกรรมไทยอยู่ที่ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และเกษตรแปรรูป



