ข่าว

 ปศุสัตว์นครพนมเจอสารเร่งเนื้อแดงโคขุนส่งเวียดนาม

ปศุสัตว์นครพนมเจอสารเร่งเนื้อแดงโคขุนส่งเวียดนาม

15 มี.ค. 2560

โดย - พงศ์สุคนธ์ คุณธรรมมงคล

วันที่ 14 มี.ค.2560 บริเวณสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 3 (นครพนม – คำม่วน) บ้านห้อม ต.อาจสามารถ อ.เมือง จ.นครพนม นางสาวฐิติมา ศรีคำ นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ ด่านกักกันสัตว์จังหวัดนครพนม ได้ทำการตรวจปัสสาวะโคขุน เพศผู้ จำนวน 16 ตัว เพื่อหาสารเร่งเนื้อแดง โคขุนทั้งหมดส่งมาจากต้นทาง บ้านเลขที่ 70 ม.12 ต.เหมืองหม้อ อ.เมือง จ.แพร่ ปลายทางประเทศเวียดนาม โดยใช้เส้นทางสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 3 (นครพนม – คำม่วน) ขนส่งโคขุน

ผลจากการตรวจแบบ Strip test (แถบทดสอบ) ปรากฏว่า โคขุนทั้ง 16 ตัว มีผลเป็น Positive (บวก) เนื่องจากเกษตรกรผู้เลี้ยงใช้สารเร่งเนื้อแดง จึงได้ทำการส่งตัวอย่างปัสสาวะโคขุน ให้สำนักงานตรวจสอบสินค้าปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ (ส.ต.ส.) ยืนยันผลการตรวจอีกครั้ง ส่วนโคขุนทั้ง 16 ตัว ได้นำไปดูแลยังด่านกักกันสัตว์นครพนม ม.10 บ้านหนองบัว ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม เพื่อรอการยืนยันผลต่อไป

นางสาวธิติมา เปิดเผยว่า ตามที่กรมปศุสัตว์ มีนโยบายการปราบปรามการใช้สารเร่งเนื้อแดงในโคขุน และได้กำหนดแนวทางการป้องกันแก้ไขปัญหาออกมาแล้วนั้น การตรวจปัสสาวะ เพื่อหาสารเร่งเนื้อแดงในโคขุนก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่นำมาปฏิบัติ โดยให้ด่านกักกันสัตว์ดำเนินการ สุ่มเก็บตัวอย่างปัสสาวะโคที่เคลื่อนย้ายผ่านด่าน เพื่อตรวจ จำนวน 1 – 3 ตัวอย่าง หากผลตรวจเป็นบวก ต้องส่งตัวอย่าง ปัสสาวะที่เก็บต่อไปยัง ส.ต.ส.เพื่อตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ พร้อมอายัดโคทั้งหมดไว้ที่ด่านกักกันสัตว์ เพื่อรอผลการตรวจยืนยัน

หากผลการตรวจยืนยันเป็นลบ ให้รีบถอนอายัดโคทั้งหมด แต่หากผลการตรวจยืนยันยังเป็นบวกอยู่ จะต้องทำการอายัดโคทั้งหมดไว้จนครบ 21 วัน แล้วจึงทำการตรวจอีกครั้ง หากผลการตรวจเป็นลบ ให้ทำการถอนอายัด แต่หากผลการตรวจเป็นบวก ให้อายัดไว้ จนกว่า ผลการตรวจจะออกมาเป็นลบ อีกทั้งแจ้งไปยังสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดท้องที่ต้นทางที่เคลื่อนย้ายโคออกมา เพื่อให้ท้องที่ต้นทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของโค ซึ่งหากโคทั้งหมดหลุดรอดไปถึงมือผู้บริโภคเข้าไปสะสมในร่างกายจำนวนมาก จะก่อให้เกิดโรคมะเร็งตามมาภายหลังได้ ที่ผ่านมาตรวจสอบสารเร่งเนื้อแดงในโคขุน จำนวน 5 – 6 พันตัว ยังไม่พบผลเป็นบวกเช่นนี้มาก่อน จึงต้องเข้มงวดในการตรวจสารเร่งเนื้อแดงในโคขุนอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์ กรมปศุสัตว์