
ไม่ใช้ ม.44 เคลียร์อี-พาสปอร์ต
“ไก่อู”ยันไม่ใช้ ม.44 เคลียร์ปมสัญญาทำทำอี-พาสปอร์ต ยันแม้หมดสัญญา ปชช. ก็ยังใช้บริการได้ปกติ “คสช.”จ่อออก ม.44 แก้ปัญหารถตู้เรื่องความปลอดภัย ก่อนสงกรานต์
14 มี.ค. -- พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมร่วมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถึงเรื่องการหาทางออกกรณีบริษัทที่รับสัญญาจัดทำหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ (อี-พาสปอร์ต) ให้กับกระทรวงการต่างประเทศหมดสัญญา ว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้รายงานในที่ประชุมคสช. ว่ามีการหารือกันระหว่างกระทรวงต่างประเทศ กับบริษัทที่ดำเนินการเรื่องดังกล่าว ซึ่งผลการเจรจาออกมาว่าไม่ต้องใช้คำสั่งตามมาตรา 44 และได้ต่อรองกับบริษัทให้สามารถดำเนินการไปพลางก่อน “ดังนั้นขอเรียนให้ทราบว่าเรื่องอี-พาสปอร์ต เราไม่ได้ใช้มาตรา 44 แล้ว โดยจะดำเนินการไปตามขั้นตอนปกติ ซึ่งประชาชนจะไม่ได้รับผลกระทบ แม้ว่าสัญญาการสั่งซื้อสั่งจ้างจากบริษัทเดิมจะหมดไป แต่ประชาชนยังสามารถไปต่อพาสปอร์ตหรือทำพาสปอร์ตใหม่ได้ตามปกติ และยังคงเสียค่าบริการในราคาเท่าเดิม ”พล.ท.สรรเสริญ กล่าว
คสช.จ่องัด ม.44 สรรหาบุคลากรทางการศึกษา ด้วยการสรรหา
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมร่วมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าที่ผ่านมามีคำสั่ง คสช. 7/2558 ซึ่งได้ระบุให้เลขาธิการคุรุสภา เลขาธิการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา เมื่อหมดวาระแล้ว ไม่ต้องสรรหารคนมารับตำแหน่งต่อให้หยุดแค่นั้น แต่วันนี้เรามองว่าไม่ควรมีการว่างเว้น ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการแก้ไขคำสั่งดังกล่าว ให้คณะกรรมการคุรุสภา และคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ไปดำเนินการสรรหาแต่งตั้งเลขาธิการของคณะกรรมการทั้งสองชุด และผู้อำนวยการองค์การค้าของสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู
พล.ท.สรรเสริญ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังเห็นชอบหลักการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา เรามีคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) หรือบอร์ดของคนในแวดวงการศึกษา โดยที่ผ่านมาคณะกรรมการดังกล่าวจะมาจากการเลือกตั้ง ด้วยการแบ่งออกเป็นเขตการศึกษาต่าง ๆ แล้วเลือกผู้แทนแต่ละเขตมาเป็นคณะกรรมการ ซึ่งทำให้มีเรื่องของการเมืองการเจรจาต่อรอง รวมถึงเรื่องการทุจริตเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ในวันนี้ที่ประชุม คสช. ได้เห็นชอบใหช้ช้วิธีการสรรหาคณะกรรมการดังกล่าว โดยมีที่มาจาก 1.คณะกรรมการโดยตำแหน่ง 2.คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้กระบวนการพัฒนาปรับปรุงการศึกษามีประสิทธิ์ภาพมากขึ้น
“คสช.”จ่อออก ม.44 แก้ปัญหารถตู้เรื่องความปลอดภัย ขีดเส้นต้องทันก่อนสงกรานต์
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมร่วมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการ และปรับถ้อยคำให้สมบูรณ์ เพื่อเตรียมออกคำสั่ง ตามมาตรา 44 เรื่อง มาตรการความปลอดภัยในการใช้รถโดยสารสาธารณะ โดยมีสาเหตุจากกรณีอุบัติเหตุรถตู้โดยสารพุ่งชนรถกระบะทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายรายเมื่อช่วงต้นเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ทำให้เกิดประเด็นย่อยขึ้นมามากมายในความไม่ปลอดภัยของรถตู้โดยสาร เช่น บานกระจกมีขนาดเล็ก กระโปรงท้ายรถที่เปิดยาก จะเห็นได้ว่าปัญหาเกิดขึ้นจาก สภาพตัวรถที่ไม่มีความปลอดภัย การควบคุมของผู้ประกอบการต่อเจ้าหน้าที่ผู้ใช้รถ และพนักงานขับรถที่ไม่พร้อม เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ ขับรถเร็วเกินกำหนด หรือชั่วโมงการเดินรถมากไป โดยจากนี้ไปผู้ประกอบการจะต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์ ประเภท ลักษณะชนิดรถโดยสารให้มีความปลอดภัย ก่อนเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ 60 ดังนั้นจะมีระยะเวลาให้ไปปรับปรุงแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้
“ก่อนหน้านี้ได้มีการหารือกับผู้ประกอบการรถโดยสารในเบื้องต้นไปบ้างแล้ว ทุกคนเห็นตรงกันถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก และยอมรับในกติกา ส่วนรายละเอียดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กับกรมการขนส่งทางบกจะไปดำเนินการเพิ่มเติมว่าแค่ไหนถึงจะเกิดความปลอดภัย ไม่กระทบกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมากจนเกินไป” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว
นอกจากนี้ยังเห็นชอบในหลักการเรื่องคาดเข็มขัดของผู้โดยสารรถตู้ จะต้องปฏิบัติ หากผู้ประกอบการ หรือพนักงานขับรถปล่อยให้มีการไม่คาดเข็มขัด จะถือว่ามีความผิด รวมไปถึงการล็อคล้อ การห้ามเคลื่อนย้ายรถ ที่สำคัญคือเรื่องของการออกใบสั่งไปที่บ้าน ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เคยพยายามเสนอ ไม่ต่ออนุญาตภาษีรถในกรณีที่ไม่จ่ายค่าปรับใบสั่ง แต่ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงว่าทำไม่ได้ เพราะการเสียภาษีให้รัฐเป็นหน้าที่อยู่แล้ว โดยจะปฏิเสธไม่รับเพราะไม่จ่ายค่าปรับไม่ได้ จึงออกคำสั่งเป็นหลักเกณฑ์ว่าถ้าใครได้รับใบแจ้งค่าปรับ ก็สามารถไปต่อภาษีรถได้ แต่เจ้าหน้าที่จะออกเป็นใบแทนให้ก่อน 1 เดือน ซึ่งจะได้ป้ายตัวจริงไปก็ต่อเมื่อจ่ายค่าปรับใบสั่ง หากภายใน 1 เดือนยังไม่จ่าย ก็จะถือว่าใช้รถโดยไม่มีใบอนุญาต



