ข่าว

เผาแล้วสาวจัดหางานแขวนคอ-สามีบินร่วมงานศพกอดลูกน้อยร่ำไห้

เผาแล้วสาวจัดหางานแขวนคอ-สามีบินร่วมงานศพกอดลูกน้อยร่ำไห้

14 มี.ค. 2560

เผาแล้ว สาวจัดหางาน สามีบินด่วนร่วมงานศพ กอดลูกสาวร่ำไห้ ตำรวจตั้งข้อหาหนุ่มสนิทอีกคนเหตุเห็นศพแต่ไม่แจ้งตำรวจ

เผาสาวจัดหางานแล้วสามีบินร่วมงานศพ     ความคืบหน้่าจากกรณี น.ส.นันธิดา เพ็งเวลุน อายุ31ปีพนักงานสาวสำนักงานจัดหางานจังหวัดนครพนม แขวนคอตายปริศนาที่ตะแกรงเหล็กกันขโมยหลังห้องครัว ห้องหมายเลข 1 บ้านเลขที่ 26/15 ซอยสว่างพัฒนา ต.หนอง เขตเทศบาลเมือง นครพนม โโยคดีนี้ตำรวจเชื่อว่าเป็นการฆาตกรรม กระทั่งศาลออกหมายจับนายประจักษ์ คำบัวหรือเจี๊ยบ อายุ 32 ปี เพื่อนร่วมงานคนสนิทสำนักงานเดียวกันข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และซ่อนเร้นย้ายหรือทำลายศพฯ ภายหลังติดตามจับกุมตัวได้ เบื้องต้นนายประจักษ์ให้การปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็น ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

    ล่าสุดวันที่ 14 มี.ค ผู้สื่อข่าวรายงานจากบ้านเลขที่10หมู่3บ้านโนนสว่าง ต.ท่าลาด อ.เรณูนคร จ.นครพนม ซึ่งเป็นที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของนางสาวนันธิดาฯ ผู้ตาย และทำการฌาปนกิจศพที่ป่าช้าบ้านโนนสว่าง บรรยากาศเป็นไปอย่างเศร้าโศก โดยนายกิตติ พ่อชมพู อายุ 35 ปี สามีของผู้ตาย บินด่วนมาจากประเทศอิสราเอล นั่งเหม่อลอยดูรูปหน้าศพของภรรยา ดวงตาแดงก่ำอยู่ตลอดเวลา อุ้มลูกสาวคนเล็ก ชื่อ น้องยี่หวา วัย 2 ขวบ ไว้ในอ้อมกอดตลอดเวลา ด้วยความไร้เดียงสา น้องยี่หวา ยังร้องไห้เรียกหาแม่ เป็นภาพที่สะเทือนใจต่อผู้พบเห็น บางคนถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ สงสารชะตากรรมของครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้ที่มาร่วมงานต่างล้วนตั้งคำถามถึงฆาตกรใจโหดว่า “ฆ่าเขาทำไม”           ต่อมาเวลา 13.00 น. ได้เคลื่อนศพออกจากบ้านไปยังป่าช้าบ้านโนนสว่าง มีน้องยีนส์ ลูกสาวคนโต เดินถือรูปผู้ตาย นำหน้าศพ ร่ำไห้สะอึกสะอื้นอยู่ตลอดเวลา มีเพื่อนร่วมงานและชาวบ้านที่เคารพนับถือครอบครัวของนายทวิช เพ็งเวลุน อายุ 61 ปี พ่อของผู้ตาย เดินไปส่งวิญญาณสาวผู้เคราะห์ร้ายไปสู่สุคติ จำนวนมาก กระที่งเวลา 16.00 ได้มีพิธีฌาปนกิจศพผู้ตายท่ามกลางความโศรกเศร้าผู้มาร่วมพิธี

     วันเดียวกันตำรวจ สภ.เมืองนครพนม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัว นายเล็ก มารับข้อกล่าวหา ตามประมวลกฎหมายอาญา ภาค 3 ลหุโทษ มาตรา374ผู้ใดเห็นผู้อื่นตกอยู่ในภยันตรายแห่งชีวิต ซึ่งตนอาจ ช่วยได้โดยไม่ควรกลัวอันตรายแก่ตนเองหรือผู้อื่น แต่ไม่ช่วยตามความจำเป็น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับสาเหตุที่ตั้งข้อหาดังกล่าว เพราะนายเล็กเป็นผู้พบศพคนตายตั้งแต่เวลา 01.13 น. ของวันที่ 10 มี.ค.60 แต่ไม่ยอมแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนถึงเวลา 11.00 น. ของวันเดียวกัน ถึงได้มาแจ้งความ จึงต้องดำเนินคดีกับนายเล็ก ส่วนข้อหาอื่น ยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงถึงตัวนายเล็ก แต่ถ้าหากผลดีเอ็นเอ ซึ่งจะออกผลพิสูจน์ประมาณ 2 อาทิตย์ ตรงกับผู้ต้องสงสัย ก็สามารถดำเนินคดีได้ทันที