
สัญญาณการสิ้นท่า ตกต่ำ
การออกมาชุมนุมโดยปราศจากเหตุผลวันอาทิตย์ โดยกลุ่มคนเสื้อแดง ภายใต้แกนนำซึ่งถูกกล่าวหาว่าทำเพื่อการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเอง การทำคลิปตัดต่อเสียงของนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยหวังใช้ความเข้าใจผิดปลุกระดมมวลชนให้ต่อต้านรัฐบาล
แสดงให้เห็นความตกต่ำด้านความน่าเชื่อถือ ต้องใช้วิธีการสกปรกและการสร้างความเข้าใจผิดของมวลชนขาดข้อมูลข่าวสารสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายในบ้านเมือง ภายใต้ความจำเป็นที่ว่าการอยู่ยาวและความสำเร็จของรัฐบาลหมายถึงความถดถอยตกต่ำของเครือข่าย “ทักษิณ ชินวัตร” และโอกาสทวงคืนอำนาจการเมืองริบหรี่ลงทุกวัน
เมื่อหลักฐานปรากฏชัดว่าคลิปเสียงเป็นการตัดต่อ มีต้นตอจากเครือข่ายบุคคลและธุรกิจของ “ทักษิณ” ย่อมฟ้องให้เห็นว่าต้องใช้วิธีสกปรกเท่านั้นเพื่อป้ายสีนายกรัฐมนตรี หากการชุมนุมโดยปกติแล้ว ความหวังจะสร้างความเสื่อมต่อรัฐบาลนั้นยากเย็น และเป็นไปได้ยาก ดังนั้นจำเป็นต้องใช้ความรุนแรงปั่นป่วนในบ้านเมือง เพื่อไม่ให้การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ได้สำเร็จ ทำให้เครือข่าย “ทักษิณ” ไร้ความน่าเชื่อถือมากกว่าเดิม
ประเด็นสำคัญก็คือ เมื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐออกมาชี้แจงว่าคลิปเสียงนั้นเป็นการตัดต่อ แต่ ส.ส. พรรคเพื่อไทยยังแสดงเจตนาอยากใช้คลิปเสียงนั้นในสภา และ ส.ส. เพื่อไทยบางคนยังเป็นผู้เผยแพร่ต่อสื่อมวลชน และเครือข่ายคนเสื้อแดงยังใช้เป็นสื่อกระตุ้น สร้างความเข้าใจผิดให้ประชาชนส่วนหนึ่ง ย่อมแสดงให้เห็นเจตนาร้าย เมื่อรู้ทั้งรู้ว่าเป็นหลักฐานเท็จ ก็ยังกระทำ เท่ากับเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดและเป็นผู้เผยแพร่ เพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมือง โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องและข้อเท็จจริง ทำให้รัฐบาลและพรรคประชาธิปัตย์มีเหตุผลและสิทธิในการปกป้องตัวเองโดยการดำเนินคดีทางกฎหมายให้กระบวนการยุติธรรมลงโทษผู้กระทำผิด ไม่ว่าจะรุนแรงถึงขั้นยุบพรรคหรือไม่ก็ตาม เพราะการปล่อยให้ ส.ส. ซึ่งใช้ข้อมูลเท็จเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมือง แต่สร้างความเสียหายให้แก่บุคคลและแผ่นดิน ย่อมเป็นการซ้ำเติมความผิดเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม
พฤติกรรมล่าสุดแสดงให้เห็นชัดว่ามวลชนเสื้อแดง ส.ส. พรรคเพื่อไทย และเครือข่ายธุรกิจ “ทักษิณ” มีความเชื่อมโยงในการเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะสุดท้ายแล้ว จะไปรวมศูนย์อยู่ที่ “ทักษิณ” ซึ่งเป็นผู้หนีโทษจำคุกไปอยู่ต่างประเทศ และใช้เสียงและภาพของตัวเองทำร้ายประเทศไทยด้วยการยุยงส่งเสริมให้คนเสื้อแดงลุกฮือ ก่อการจลาจลช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาสร้างความเสียหายต่อประเทศอย่างมหาศาล
การดำเนินคดีตามกฎหมายต่อกรณีการใช้คลิปเสียงตัดต่อควรเริ่มต้นด้วยการสืบเสาะหาต้นตอผ่านข้อมูลซึ่งส่งต่อกันไป และพิจารณาประเด็นความผิดแต่ละขั้นตอนอย่างเคร่งครัด ทั้งบริษัทเอกชน ส.ส. และเครือข่ายมวลชนเคลื่อนไหว ซึ่งกำลังใช้ประโยชน์จากการสร้างความเข้าใจผิดโดยไม่มีจิตสำนึกว่าการกระทำเช่นนั้นชั่วร้ายและสร้างความเสียหาย บ่อนทำลายความมั่นคงทางการเมือง การดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมอย่างจริงจังเท่านั้นจึงเป็นการป้องปราม ลงโทษ เพื่อหยุดยั้งพฤติกรรมชั่วร้าย



