ข่าว

เพลิงไหม้ชุมชนแออัดกลางใจเมืองแปดริ้ววอด 7 คูหา

เพลิงไหม้ชุมชนแออัดกลางใจเมืองแปดริ้ววอด 7 คูหา

12 มี.ค. 2560

อากาศร้อนจัด เพลิงปริศนาลุกไหม้บ้านไม้ในชุมชนแออัด ใกล้ศาลากลางเมืองแปดริ้ววอด 7 คูหา เจ้าบ้านต้นเพลิงเข่าทรุด ระบุหมดสิ้นเนื้อประดาตัว

          เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 12 มีนาคม ร.ต.อ.บัณฑิต ทรัพย์คง รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนภายในชุมชนแออัด ซอยสันติสุข หรือ ถนนมหาจักพรรดิ์ ซอย 3 ใกล้เคียงกับศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา และสำนักงานเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา จึงเดินทางไปสอบสวนยังในที่เกิดเหตุ พร้อมกำลังสายตรวจ
          ที่เกิดเหตุลึกเข้ามาภายในซอยจากถนนมหาจักพรรดิ์ ประมาณ 150 เมตร เพลิงกำลังโหมลุกไหม้อาคารบ้านเรือนของประชาชนซึ่งปลูกสร้างด้วยไม้ทางด้านขวามือ จำนวนหลายคูหา โดยมีรถน้ำดับเพลิงจากเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา จำนวน 4 คัน กำลังระดมฉีดน้ำควบคุมเพลิง ท่ามกลางความแตกตื่นของประชาชนที่ต่างมายืนมุงดูด้วยใจระทึก และหวั่นเกรงว่าเพลิงจะลุกลามเข้าสู่บ้านเรือนของตนเองเป็นจำนวนมาก เนื่องจากบ้านเรือนของประชาชนที่อาศัยอยู่ภายในซอยนี้ ส่วนใหญ่ปลูกสร้างด้วยไม้และเป็นชุมชนแออัดเก่าแก่ และคับแคบ โดยมีชาวบ้านบางรายถึงกับพยายามที่จะนำน้ำประปาจากก็อกน้ำ มาคอยฉีดพรมเลี้ยงไว้เพื่อรักษาบ้านเรือนของตนเอง ให้เปียกชุ่มอยู่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้เปลวเพลิงลุกลามเข้ามาใกล้จนถึงยังตัวบ้าน
          สำหรับบ้านต้นเพลิงนั้นเป็นร้านค้าของชำประจำซอย ของนางบุญสม โทนะพันธ์ (ป้าหมวย) อายุ 67 ปี เลขที่ 61/8 ถ.มหาจักพรรดิ์ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งปลูกสร้างเป็นลักษณะเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว เรียงกันเป็นแถว รวม 4 คูหา ก่อนที่จะลุกลามไปลุกไหม้ยังบ้านไม้ 2 ชั้นข้างเคียงของนายทิวา อ่อนนาค อายุ 84 ปี เลขที่ 61/8/1 ที่ปลูกสร้างเป็นห้องแถวเรียงกัน จำนวน 3 คูหา ที่อยู่ติดกัน
          ขณะที่นายสายันต์ วงษ์ศรี อายุ 54 อยู่บ้านเลขที่ 59/10 ถ.มหาจักพรรดิ์ ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ในขณะเกิดเหตุ เล่าว่า ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด ดังออกมาจากบ้านหลังเกิดเหตุ จำนวน 2 ครั้ง ก่อนที่จะเห็นเปลวเพลิงโหมลุกไหม้อย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตาเพลิงได้ลุกโหมสูงจนท่วมหลังคาบ้าน จากนั้นชาวบ้านจึงได้ช่วยกันรีบนำเอาถังเคมีดับเพลิงประจำชุมชน ออกมาช่วยกันฉีดพ่นเพื่อควบคุมเพลิง จำนวน 5 ถัง แต่เอาไม่อยู่
          เนื่องจากอากาศร้อน และเพลิงโหมลุกไหม้อย่างรวดเร็วและรุนแรงมาก จึงได้แจ้งไปยังทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และรถน้ำดับเพลิงจากเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ให้มาช่วยควบคุมเพลิง แต่เส้นทางภายในซอยของชุมชนแห่งนี้ เป็นซอยแคบมาก จึงทำให้รถน้ำดับเพลิงต้องเรียงแถวกันเข้ามาภายในซอย ได้เพียงทีละหนึ่งคัน โดยต้องจอดรอคิวต่อแถวกันยาวออกไปไกล จึงทำให้การควบคุมเพลิงที่ลุกไหม้ในครั้งนี้ ทำได้ไม่สะดวกมากนัก ทั้งที่รถน้ำดับเพลิงนั้นเดินทางมาถึงยังที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที นายสายันต์ กล่าว
          ด้านนางบุญสม เจ้าของบ้านต้นเพลิงถึงกับนั่งเข้าทรุด พร้อมกับรำพันบอกว่า ตนไม่เหลืออะไรแล้วในชีวิตนี้ เพราะทรัพย์สินทุกอย่างที่อุตสาห์สร้างสมมาตลอดทั้งชีวิต ได้จมหายไปอยู่ในกองเพลิงหมดแล้ว โดยที่ตนไม่มีอะไรถือติดมือมาได้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว โดยขณะเกิดเหตุ ตนกำลังขายน้ำอัดลมใส่ถุงให้แก่ลูกค้าอยู่ที่บริเวณด้านหน้าร้าน ก่อนได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด ดังขึ้นที่บริเวณด้านหลังบ้านหนึ่งครั้ง ในขณะที่ตนกำลังหาเงินทอนให้แก่ลูกค้า ยังได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นซ้ำอีกหนึ่งครั้ง เปลวเพลิงก็ได้ลุกลามพุ่งเข้ามาใส่หน้าของตนแล้ว จึงได้รีบหนีเอาชีวิตรอดออกมา และไม่ได้คว้าอะไรติดมือมาด้วยเลย นางบุญสม กล่าว
          ด้าน ร.ต.อ.บัณฑิต กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุของเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จากเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ร.ต.อ.บัณฑิต กล่าว