
ร.ฟ.ท.เล็งสร้าง‘ไอซีดี’แห่งที่ 2 รองรับขนส่งขยายตัว
โดย - โต๊ะข่าวเศรษฐกิจ
ร.ฟ.ท.เล็งเสนอบอร์ดเคาะโครงการก่อสร้างไอซีดีแห่งที่ 2 ในเดือน เม.ย. นี้ เพื่อแก้ปัญหาไอซีดีลาดกระบังแออัดในระยะยาว พร้อมเล็งเพิ่มหัวรถจักรขนส่งสินค้าอีก 30 คัน รองรับการเติบโต คาดรายได้จากการขนส่งทางสินค้าเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า
นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ปัญหาการจราจรบริเวณสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง (ไอซีดี) ลาดกระบังว่า ได้แบ่งการแก้ปัญหาออกเป็น 3 ระยะ คือ แผนระยะสั้น ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดช่องจราจร เพิ่มแบริเออร์ ซ่อมแซมถนน ปรับปรุงทางขึ้น-ลงที่เชื่อมต่อทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ให้การจราจรคล่องตัวมากขึ้น รวมทั้งจัดพื้นที่ให้กับรถบรรทุกบริเวณคลังสินค้า พร้อมให้อำนาจตำรวจรถไฟจัดระบบการจอดรถภายในและภายนอกพื้นที่ไอซีดี
แผนระยะกลาง มอบหมายให้กรมทางหลวง (ทล.) ไปศึกษาแนวทางการขยายเส้นทางเพิ่มเติมเพื่อลดปัญหาจราจร และศึกษางบประมาณที่ต้องใช้ ส่วนระยะยาว การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) จะต้องสร้างไอซีดีแห่งที่ 2 เพื่อรองรับปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้น โดยขณะนี้ ร.ฟ.ท. อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดและเตรียมเสนอให้คณะกรรมการ (บอร์ด) พิจารณาในเดือน เม.ย.นี้
“เบื้องต้น ร.ฟ.ท. รายงานว่า ตัวเลือกในการสร้างไอซีดีใหม่มี 3 แห่ง คือที่บริเวณทับยาว จ.ฉะเชิงเทรา, ต.เชียงรากน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา, และ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา แต่จะเป็นสถานที่ใดนั้นต้องรอบอร์ดอนุมัติก่อน ซึ่งไอซีดีลาดกระบังในปัจจุบันแออัดมาก เนื่องจากมีปริมาณการขนถ่ายสินค้าอยู่ที่ 1.4 ล้านตู้ต่อปี แบ่งเป็นการขนส่งทางรถไฟ 400,000 ตู้ต่อปี และการขนส่งโดยรถบรรทุกประมาณ 1 ล้านตู้ต่อปี ทั้งที่สถานที่ดังกล่าวรองรับปริมาณตู้สินค้าได้จริงเพียง 400,000 ตู้ต่อปีเท่านั้น” นายพีระพลกล่าว
นายสุจิตต์ เชาว์ศิริกุล ผู้อำนวยการฝ่ายบริการสินค้า การรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ร.ฟ.ท.วางแผนจะเพิ่มรายได้จากการขนส่งสินค้าจากปัจจุบันอยู่ที่ 500 ล้านบาท เป็น 1,000-1,500 ล้านบาทในอีก 2-3 ปีข้างหน้า โดยจะปรับปรุงการให้บริการและจัดหาผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาบริหารงานในไอซีดีลาดกระบัง พร้อมทั้งสร้างรถไฟทางคู่จากหัวตะเข้ไปที่ท่าเรือแหลมฉบังอีก 5-6 กิโลเมตร จากเดิมเป็นรถไฟทางเดี่ยว คาดว่าจะแล้วเสร็จในอีก 2 ปีข้างหน้า เพื่อให้สามารถขนส่งสินค้าได้มากขึ้น
และจะจัดระเบียบในท่าเรือใหม่ โดยนำรถเครนคร่อมรางรถไฟมาใช้ยกตู้สินค้าพร้อมกันได้ถึง 6 รางทำให้การขนถ่ายสินค้ามีความรวดเร็ว รวมทั้งจะนำหัวรถจักรใหม่เข้ามาขนส่งสินค้าเพิ่มซึ่งตามแผน ร.ฟ.ท.จะเช่าหัวรถจักร 50 คัน และจัดซื้ออีก 50 คันเพื่อขยายการให้บริการกับประชาชน คาดว่าหัวรถจักรใหม่จะนำมาใช้ขนส่งผู้โดยสารประมาณ 70 คันและที่เหลือ 30 คันขนส่งสินค้า



