ข่าว

ครม.สน.เร่งการพัฒนา3จว.ชายแดนภาคใต้

ครม.สน.เร่งการพัฒนา3จว.ชายแดนภาคใต้

12 มี.ค. 2560

โดย - สมชาย สามารถ

     พลเอกอุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และ หัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาลฯ พร้อมนายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขานุการ คณะผู้แทนพิเศษ และคณะฯ ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชนและตรวจเยี่ยมพื้นที่ทำการเกษตร ในโครงการบูรณาการเกษตรก้าวหน้าริมทางหลวง (Smart Farm) ของ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่บ้านลือมุ ต.กรงปินัง อ.กรงปินัง จ.ยะลา

หลังจากเสร็จการประชุมติดตามความก้าวหน้าการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (งานด้านการพัฒนา) ที่มีนายศุภณัฐ สิรัณทวิเนติ เลขาธิการ ศอ.บต. ผู้แทนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และผู้แทนศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ห้องประชุมปัญจเพชร ชั้น 3 อาคารอเนกประสงค์ ศอ.บต. อ.เมืองยะลา จ.ยะลา

นายอาแว บะหะคีรี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน บ้านลือมุ ต.กรงปีนัง อ.กรงปีนัง กล่าวว่า การดำเนินโครงการ 3 เดือนที่ผ่านมา ทางกลุ่มได้จัดแบ่งพื้นที่ที่มีทั้งหมด 25 ไร่ โดยทำแปลงเกษตรเพาะปลูก ในส่วนพื้นที่ด้านหน้า 6 ไร่ และพื้นที่ด้านใน 19 ไร่ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีระบบน้ำและชลประทานดีอยู่แล้ว

"หวังว่าในอนาคตพื้นที่ตรงนี้จะกลายเป็นจุดแวะพักรถ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วย อยากให้ ศอ.บต. รัฐบาลชุดนี้ เดินหน้าพัฒนาพื้นที่กรงปีนัง และที่อื่นๆใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ให้เกิดสันติสุขด้วย” นายอาแว กล่าว

นายอับดุลรอเปะ วาหะมะ ชาวบ้านกลุ่มวิสาหกิจชุมชน บ้านลือมุ ตำบลกรงปีนัง อ.กรงปีนัง อีกคนกล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ ศอ.บต.ได้ทำโครงการดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการช่วยเสริมรายได้ให้กับชาวบ้าน โดยตอนนี้ทางกลุ่มได้ร่วมกันปลูก แตงโม บวบ ผักบุ้ง ถั่วฝักยาว แลฃะอื่นๆ

“ศอ.บต.เปิดโอกาสให้ชาวบ้านมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพราะชาวบ้านที่เข้ามาร่วมทำเกษตรกับทางกลุ่มนั้น เป็นชาวบ้านที่ด้อยโอกาส ยากจน รวมถึงเป็นชาวบ้านที่ได้รับซะกาตจากมัสยิด ซึ่งชาวบ้านเขาก็ดีใจที่ได้ทำงานตรงนี้” นายอับดุลรอเปะ กล่าว

ด้าน พลเอก อุดมเดช สีตบุตร กล่าวว่า ขอให้ทุกภาคส่วนราชการเร่งรัดการทำงานให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด ถ้าเร่งรัดดำเนินการได้รวดเร็วมากขึ้น ก็จะเกิดประโยชน์ต่อประชาชน เพราะสามารถช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ

และขอความร่วมมือจากทุกส่วนราชการบูรณาการการทำงานร่วมกันโดยนำความสุขของประชาชนเป็นเป้าหมาย ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีข้อห่วงใยว่า จะทำอย่างไรให้ประชาชนในพื้นที่มีรายได้ มีเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งรัฐจะต้องช่วยกันส่งเสริมและสนับสนุน ขยายศักยภาพเพิ่มมากขึ้น

โดยเฉพาะประชาชนและกลุ่มประชาชนที่น้อมนำแนวพระราชดำริ หลักการทรงงานและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงประยุกต์ใช้สู่การปฏิบัติทั้งในชีวิตประจำวันและการทำงาน

“วันนี้คณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลได้เดินทางลงมารับฟัง ส่วนงานสำคัญของ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต.ในด้านงานพัฒนาทีถือเป็นภารกิจงานสำคัญที่ต้องทำควบคู่ไปกับด้านความมั่นคง”

โดยงานด้านความมั่นคงนั้น กอ.รมน.ภาค4สน. ศชต.ได้ร่วมชี้แจงในรายละเอียดต่อคณะผู้แทนพิเศษฯได้รับทราบถึงสถานการณ์ ซึ่งสำคัญต่องานด้านการพัฒนาที่ ศอ.บต.ดำเนินการอยู่

ทั้งนี้ เมื่อพูดถึงภาพรวมการดำเนินงานในไตรมาศที่2 ใกล้จะเสร็จแล้ว ซึ่งผลการดำเนินงานเป็นไปด้วยดี ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงประเมิณผลในไตรมาสแรก การขับเคลื่อนการดำเนินงานในการพัฒนา เพื่อให้เกิดความยั่งยืนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่เรากำหนดไว้ โดยเฉพาะโครงการที่สำคัญ “โครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ที่ ศอ.บต.ทำหน้าที่เป็นเลขานุการคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเมืองต้นแบบฯ ขณะนี้ได้ดำเนินการไปตามแผนงานปี 60 ที่ได้กำหนดแล้ว

ส่วนเพิ่มเติมคือ การจัดทำแผนงบประมาณ ที่มีความชัดเจนไปบ้างแล้ว ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่จะดำเนินการในปี60 โดยสรุปนั้นทั้ง 3 เมืองต้นแบบฯ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี อ.เบตง จ.ยะลา อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส การขับเคลื่อนงานเป็นไปโดยลำดับ เพื่อให้หนองจิกเป็นเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าผสมผสาน อ.สุไหงโก-ลก เมืองต้นแบบการค้าชายแดนระหว่างประเทศ และ เบตง เมืองต้นแบบการพัฒนาที่พึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ซึ่งขณะนี้เราได้ดำเนินการตามเป้าหมายที่วางไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะผู้ว่าราชการทั้ง 3 จังหวัด และหน่วยงานหลักในพื้นที่อย่างศอ.บต. กอ.รมน. และศชต.

ทั้งนี้ คณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลลงพื้นที่บ้านลือมุ ต.กรงปินัง อ.กรงปินัง เพื่อพบปะประชาชนและตรวจเยี่ยมพื้นที่ทำการเกษตร ในโครงการบูรณาการเกษตรก้าวหน้าริมทางหลวง (Smart Farm) ซึ่งศอ.บต.ได้ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรมด้วยกลไกประชารัฐ โดยนำพื้นที่เกษตรรกร้างและพื้นที่ที่ไม่มีการใช้ประโยชน์มาเป็นระยะเวลา 10 ปี ริมถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 410 (สายยะลา-เบตง) มาปรับปรุงและพัฒนาผ่านรูปแบบเกษตรแปลงใหญ่ตามนโยบายของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีพี่น้องประชาชนเข้าร่วมโครงการ 48 ครัวเรือน

นอกจากนี้ ศอ.บต.ได้ส่งเสริมและช่วยเหลือการจัดหาตลาดทั้งภายใน ภายนอกพื้นที่และการตลาดอิเล็กทรอนิกส์ โดยให้ผู้นำรุ่นใหม่เป็นผู้บริหารจัดการผลผลิตทางการเกษตรของชุมชน เพื่อลดปัญหาการเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง ทำให้การขายสินค้าเกษตรมีราคาดี นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ทั้งนี้ผลผลิตจากการเพาะปลูกเริ่มออกสู่ตลาดและสู่ผู้บริโภคในระยะแรกแล้ว โดยมีเห็ดนางฟ้า ดอกอัญชัน แตงโม แตงกวา ถั่วฝักยาว สร้างรายได้แก่ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการเป็นอย่างมาก

“ผมหวังเป็นอย่างยิ่งที่โครงการที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้ร่วมกันทำวันนี้ จะเป็นพื้นที่เกษตรที่มีความสมบูรณ์ และเกิดประโยชน์กับพวกเราชาวบ้านต่อไป”. พล.อ. อุดมเดช กล่าว