ข่าว

พบสาวยุ่นคลั่งไคร้ช้างไทยเรียนภาษาไทยขออยู่ดูแล

พบสาวยุ่นคลั่งไคร้ช้างไทยเรียนภาษาไทยขออยู่ดูแล

30 ส.ค. 2552

พบหญิงสาวชาวแดนอาทิตย์อุทัยคลั่งไคร้ช้างไทยเรียนภาษาไทยแค่อยากอยู่ดูแลช้างไทยในศูนย์อนุรักษ์ช้างแก่เมืองกาญจน์

 เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 30 สิงหาคม 2552 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพิสูจน์ความจริงยังบ้าน ช.ช้างชรา ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นศูนย์อนุรักษ์ช้างกาญจนบุรี ภายหลังจากที่ได้รับแจ้งงานว่า มีหญิงสาวชาวญี่ปุ่น คลั่งไคร้ช้างไทยมาก ขนาดลงทุนเดินทางมาเรียนภาษาไทย เพื่อที่จะอยู่กับช้างไทยในประเทศไทย หลังจากที่ได้เดินทางไปถึงสถานที่ดังกล่าว ภายในเป็นบริเวณกว้างในเนื้อที่กว่า 130 ไร่ โดยได้มีการปลูกอ้อย ข้าวโพด มันสำปะหลัง มีช้างบางเชือกแทะเล็มหญ้า ในพื้นที่ดังกล่าวมีแม่น้ำแควน้อยไหลผ่าน มีช้างอยู่ 4 เลือก ที่คว้านช้างพากำลังลงเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน ขณะเดียวกันได้พบกับหญิงสาวชาวญี่ปุ่น กำลังมีความสุขอยู่กับการอาบน้ำช้าง จึงได้ขอให้เธอขึ้นมาเพื่อเล่าความในใจ

 ด้าน น.ส.ซาโตโกะ โอชิมา (SATOKO OSHIMA)หรือ โอเล่ อายุ 35 ปี ชาวเมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ได้เดินทางมาอยู่ในประเทศไทย 1 ปีแล้ว โดยเริ่มแรกมาเรียนภาษาไทยเพื่อที่จะได้เข้าใจภาษไทย สื่อสานกับคนไทยได้เพื่อที่จะอยู่กับช้าง เพราะว่าชอบช้างไทยมาก โดยที่ตนเองก็ไม่ทราบเหตุผลเหมือนกันว่าทำไมถึงชอบช้างไทย ขณะที่ตนมีอายุได้ 5 ขวบ ได้เดินทางไปดูช้างไทยในสวนสัตว์ญี่ปุ่น ก็มีความรู้สึกช้างน่ารักและชอบมาก อยากอยู่กับช้างนาน เวลาดูช้างใกล้ๆก็อยากสัมผัสช้าง พอได้สัมผัสก็มีความรู้สึกผู้พันธุ์อย่างบอกไม่ถูก ถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ร้องไห้ไม้หยุด รู้สึกรักช้างจริงๆ อยากอยู่กับช้างมาก คิดว่าวันหนึ่งถ้ามีโอกาสต้องอยู่กับช้างให้ได้ พอโตมาหลังจากทีที่ทำงานแล้ว เก็บเงินได้ส่วนหนึ่งจึงได้เดินทางมาที่ประเทศไทยเมื่อประมาณ 1 ปีเศษ เพื่อที่จะเรียนภาษาไทย จะได้พูดกับคนไทยได้และอยู่ใกล้ชิดกับช้าง พอตนเข้าใจภาษไทยก็ได้เดินทางไปดูช้างที่ จ.อยุธยา จ.สุรินทร์ และ จ.ลำปาง หลายที่แล้วแต่พอมาดูช้างที่ จ.กาญจนบุรี ก็เกิดความประทับมาก

 ต่อข้อถามผู้สื่อข่าวว่า มีความประทับใจอะไรเป็นพิเศษถึงได้รักช้าง ได้รับคำตอบว่า ไม่มีเหตุผล ถ้าจะถามว่าตนจะไรใครสักคนก็ให้เหตุผลไม่ได้เหมือนกัน หลังจากที่อาสามาอยู่ช่วยดูแลช้างที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างกาญจนบุรี ทุกวันต้องตื่นแต่เช้า พาช้างลงกินน้ำ หลังจากขึ้นมาก็ให้อาหารช้าง ช่วงบ่ายๆก็ให้อาหารช้าง ตอนเย็นก็ลงมือปลูกพืชที่เป็นอาหารช้าง โอเล่พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เสียดายที่ตนมีเวลาอยู่กับช้างอีกเพียง 2 เดือนเท่านั้น ต้องเดินทางกลับไปทำงานเพื่อเก็บเงิน และจะเดินทางกลับมาอยู่กับช้างไทยที่นี่อีกแน่นอน

 ส่วน นายแพทย์สามารถ ประสิทธิ์ผล นายแพทย์สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ขณะที่ตนทำงานอยู่และได้เดินทางไปตามสถานที่ต่างๆก็พบว่า มีช้างอยู่กลุ่มหนึ่งทั้งปางช้างและช้างที่อยู่กับคนตามพื้นที่ต่างๆ ที่เป็นช้างแก่หมดสภาพไม่สามารถทำงานได้ ซึ่งเป็นช้างที่ด้อยโอกาสไม่สามารถทำงานตามปกติได้ เจ้าของช้างเองก็ไม่สามารถดูแลสุขภาพช้างได้ดีเท่ากับสัตวแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ดูแลเอง ตนปจึงคิดว่าน่าจะสามารถดูแลช้างจำพวกนี้ได้ จึงได้เกิดศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย โดยได้รับอนุญาตจากผู้ใจบุญ ให้ใช้พื้นที่ 130 ไร่ เพื่อที่จะรับช้างที่ตกงานตอนวัยชรา โดยได้รับมาจากทั่วประเทศ

 นอกจากนี้สถานที่แห่งนี้ยังรับช้างเร่ร่อนจาก กทม. ที่ถือว่าเป็นช้างกลุ่มด้อยโอกาสเช่นเดียวกัน เพราะเป็นช้างเล็กไม่สามารถทำงานได้ ซึ่งเป็นโครงการช้างยิ้มของ กทม. โดยผลักดันช้างเหล่านี้ออกนอกพื้นที่ ซึ่งสถานที่แห่งนี้ก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ช้างเร่ร่อน ได้เข้ามาพักในระหว่างต้องคดีก่อนที่จะส่งคืนเข้าของ ซึ่งขณะนี้มีช้างแก่ 4 เชือก และช้างเร่ร่อน 5 เชือก รวมเป็น 9 เชือก พร้อมทั้งควานช้างที่ต้องจ้างมาดูแลช้างเหล่านี้ ตนต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนเป็นเงินจำนวนมาก ขณะนี้ต้องหากิจกรรมเพื่อให้ผู้คนที่มีความเมตตาช้างเข้ามาร่วม เพื่อที่จะสร้างรายได้นำเงินมาเลี้ยงช้างเหล่านี้ ปัจจุบันตนต้องควักกระเป๋าเพื่ออุ้มช้าง เพราะเป็นงานที่ตนรับผิดชอบในการดูแลสุขภาพช้าง ขณะนี้ได้ของบประมาณจากผู้ที่เกี่ยวข้องแต่ยังไม่มีส่วนใดเข้ามาช่วย ตนก็ต้องดำเนินต่อไปเพื่อหางบประมาณเข้ามาช่วยช้างและมีเงินจ่ายให้กับผู้ดูแลช้างตรงนี้ให้อยู่ให้ได้ ส่วนน้องโอเล่ สาวญี่ปุ่น เป็นอาสาสมัครที่เข้ามาช่วยดูแลช้างทำให้เบาแรงได้มาก.