ข่าว

"เมาเหล้า"เดินข้ามทางรถไฟ-ถูกชนดับ!

"เมาเหล้า"เดินข้ามทางรถไฟ-ถูกชนดับ!

11 มี.ค. 2560

หนุ่มใหญ่เมาเหล้า แม่ตะโกนเรียกไม่ได้ยิน ถูกรถไฟชนดับ!

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ร.ต.อ.นรินทร์ นิลวงศ์ ร้อยเวร สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับแจ้งเหตุพบศพชายนอนเสียชีวิตอยู่บริเวณข้างทางรถไฟ บริเวณสะพานคู่ถนนลพบุรีราเมศวร์ ฝั่งตรงข้ามเสาโทรเลขของการรถไฟแห่งประเทศไทย เสาที่ 924/9 ม.4 ต.คลองอู่ตะเภา อ.หาดใหญ่ จึงพร้อมด้วยพ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผกก.สภ.หาดใหญ่ นำกำลังตำรวจชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ และมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีท่งเซียเซี่ยงตึ๊งหาดใหญ่ เข้าตรวจสอบโดยในที่เกิดเหตุพบศพชาย อายุประมาณ 50-60 ปี อยู่ในสภาพนอนหงาย สวมเสือยืดแขนสั้น กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน อยู่ริมทางรถไฟ ตรวจสอบพบแผลแตกขนาดใหญ่ที่ศีรษะ นิ้วเท้าด้านขวาหลุดออกมา จึงนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลหาดใหญ่เพื่อหาสาเหตุ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่ว่า ผู้ตายไม่ใช่คนในพื้นจึงสันนิษฐานว่า ผู้ตายน่าจะกระโดดลงจากรถไฟที่กำลังวิ่งอยู่ ทำให้เกิดเหตุสลดดังกล่าว

วันเดียวกันเวลา 13.00 น. ร.ต.อ.ชัลชัยพิลาธรรม รอง สว.สอบสวน สภ.จัตุรัส รับแจ้งเกิดเหตุมีคนถูกรถไฟชนเสียชีวิต บริเวณข้างทางรถไฟสาย หนองคาย-กรุงเทพ ขบวนที่ 76 ผ่านหมู่บ้านบ้านกอก หมู่ 8 ต.บ้านกอก อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ จึงรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมจนท.หน่วยกู้ภัยสว่างคุณธรรม พร้อมแพทย์เวรรพ.จัตุรัส ทราบชื่อผู้เสียชีวิตชื่อ นายพิศนุ พรามจร อายุ 49 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 3/8 หมู่ที่ 8 ต.บ้านกอก อ.จัตุรัส และมีนางฉายโหงพรามจร ซึ่งเป็นแม่ผู้เสียชีวิต ยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ในที่เกิดเหตุ พร้อมให้การว่าลูกชายเป็นคนชอบดื่มและจะขอเงินไปซื้อเหล้ามานั่งดื่มที่บ้านทุกวัน ซึ่งช่วงก่อนเกิดเหตุได้ให้เงินไปและลูกชายกำลังจะเดินไปซื้อเหล้าที่ร้านในตลาดฝั่งข้ามทางรถไฟ แต่ด้วยเหตุใดไม่ทราบและลูกชายน่าจะเมามากจนทำไมมองไม่เห็นรถไฟที่กำลังจะวิ่งผ่านมา ตนจึงร้องตะโกนเรียกว่ารถไฟมา แต่สุดท้ายก็ไม่ทันเพราะลูกชายเดินผ่านทางช่วงรถไฟใกล้จะมาถึงตัวแล้ว จึงถูกรถไฟชนกระเด็นออกมาเสียชีวิต 

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังตรวจสอบที่เกิดเหตุ เป็นการที่ผู้ตายกระทำการโดยประมาททำให้ตนเองเสียชีวิตเอง ซึ่งทางการรถไฟฯ ไม่ต้องการเอาเรื่องกับผู้ตายรายนี้แต่อย่างใด เพราะไม่มีทรัพย์ทางราชการของทางการรถไฟเสียหาย จึงส่งมอบศพให้ทางญาติรับไปทำพิธีตามศาสนาต่อไป