ข่าว

โอละพ่อคดีรุมตืบสาวนะยะฯ ตร.แฉแอบถ่ายภาพลับเฉพาะ

โอละพ่อคดีรุมตืบสาวนะยะฯ ตร.แฉแอบถ่ายภาพลับเฉพาะ

10 มี.ค. 2560

โอละพ่อคดีขาโจ๋รุมซ้อมสาวประเภทสอง ย่านตลาดโชคชัย ตำรวจเค้นสอบรับสารภาพ แอบถ่ายภาพลับเฉพาะหนุ่ม “ไทย-จอร์แดน” ขณะเมาไม่ได้สติ จนทำให้เหยื่อโมโห พาพวกรุมทำร้าย

 

             สน.โชคชัย - เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 10 มีนาคม 2560 พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 , พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย ,พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ รอง ผกก.สส.สน.โชคชัย , พ.ต.ท.อลงกรณ์ ศิริสงคราม รอง ผกก.(สอบสวน) สน.โชคชัย ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายโมฮัมหมัด หรือโม ชาเคอร์ อายุ 18 ปี สัญชาติไทย-จอร์แดน อยู่บ้านเลขที่ 401 ซอลลาดพร้าว47 แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง กทม. ตามหมายศาลอาญาที่ 656/2560 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2560 , นายพีระพล หรือโอเว่น โคตรสุโน อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54 ซอลลาดพร้าว 41 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. ตามหมายศาลอาญาที่ 657/2560 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2560 , นายเอ (นามสมมุติ)อายุ 13 ปี , นายบี(นามสมมุติ) อายุ 15 ปี และนายซี(นามสมมุติ) อายุ16ปี  พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง รุ่นแกรนด์ ไพรม์ สีขาว จำนวน 1 เครื่อง ในข้อหา "ปล้นทรัพย์" 
           

             พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ นายรวิสรา เพ็ญไพจิตร์ อายุ 21 ปี สาวประเภทสองได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย เมื่อคืนวันที่ 1  มีนาคม ว่า เมื่อช่วงดึกของวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นายรวิสรา  ได้ถูกกลุ่มชายวัยรุ่นประมาณ 4-5 คน รุมทำร้ายและชิงโทรศัพท์มือถือ ที่บริเวณตลาดโชคชัย4 แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง กทม. ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ติดจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ครบทั้ง 5 ราย โดย 3 ใน 5 ราย เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี รวมอยู่ด้วย

          

             ทั้งนี้ จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังพบว่า คำให้การของผู้เสียหายมีข้อพิรุธหลายอย่าง เจ้าหน้าที่จึงทำการสอบปากคำอย่างละเอียด จนผู้เสียหายยอมรับว่า  ข้อมูลที่ให้กับเจ้าหน้าที่มีบางส่วนที่ไม่เป็นความจริง และได้แจ้งความอันเป็นเท็จกับพนักงานสอบสวน  ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงได้ยื่นฟ้องผู้เสียหายต่อศาลแขวงพระนครเหนือ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2560 โดยศาลได้พิจารณาลงโทษจำคุก 1 เดือน ปรับ 3,000 บาท โทษจำรอลงอาญา 2 ปี คุมประพฤติ 1 ปี รายงานตัว 4 ครั้ง บริการสังคม 24 ชม.
         

             ขณะที่ นายโมฮัมหมัด กล่าวว่า ตนมีอาชีพบาร์โฮส และเป็นนายแบบถ่ายโฆษณารถจักรยานยนต์ยี่ห้อหนึ่ง โดยเมื่อประมาณ 4 วันก่อนเกิดเหตุ ได้ออกมาจากที่ทำงานย่านรัชดา ตอนนั้นมีอาการเมามาก จู่ๆผู้เสียหายได้เดินพาตนขึ้นรถแท็กซี่ จากนั้นตนได้เผลอหลับ และมาตื่นอีกที่ก็พบว่า ตนเองได้นอนแก้ผ้าอยู่บนที่นอนภายในห้องของนายรวิสรา ตนจึงได้สอบถามว่าได้ลวงเกินอะไรตนหรือไม่ แต่นายรวิสรากลับบอกว่า ได้ถ่ายคลิปและภาพขณะที่นายรวิสรา กำลังทำออรัลเซ็กซ์ ตนกลัวว่าคลิปดังกล่าวจะหลุดออกไป และเกิดความเสียหาย จึงเข้าไปบีบคอนายรวิสรา และขอให้ลบคลิป แต่ผู้เสียหายไม่ยอม  และขอเบอร์พร้อมไลน์ของตนไป 

          

             กระทั่งวันเกิดเหตุ ตนได้นัดกับนายรวิสรา เพื่อจะมาพูดคุยเรื่องดังกล่าว ซึ่งเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ตนได้ขอให้นายรวิสรา ลบข้อมูลในโทรศัพท์อีกครั้ง แต่นายรวิสรา ไม่ยินยอมทำตาม จนทำให้ตนเองโกรธและยอมรับว่า ได้ทำร้ายร่างกายและแย่งโทรศัพท์มาทุบ ก่อนที่จะโยนลงไปในคูน้ำ  ทั้งนี้ ตนยอมรับว่ายังไม่เคยเห็นข้อมูลที่นายรวิสรา อ้างว่าอยู่ในโทรศัพท์ ตนไม่ได้ตั้งใจจะทำร้าย หรือต้องการทรัพย์สิน เพียงแค่กลัวว่าจะมีการทำข้อมูลไปส่งในสื่อออนไลน์ ตามที่ผู้เสียหายได้ข่มขู่ไว้ นอกจากนี้เรื่องที่ตนขู่ให้ผู้เสียหายวิ่งหนี ไม่งั้นจะจับกดน้ำนั้น ตนแค่ต้องการขู่ให้กลัว และวิ่งหนีไป เพื่อไม่ให้ผู้เสียหายเห็นหน้าเพื่อนๆที่มาด้วย
         

             พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวว่า อยากฝากเตือนผู้ที่จะโพสต์ข้อมูลอันเป็นเท็จลงสู้ระบบคอมพิวเตอร์เตอร์ ไม่ว่าจะเรื่องจริงหรือเรื่องเท็จ จนทำให้สถานที่ หรือผู้อื่นเดือดร้อน จงคิดไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน อย่างกรณีนี้ ที่ผู้เสียหายไปโพสต์ว่า จุดดังกล่าวมืด และอันตราย ทำให้ตลาดได้รับความเสียหาย ซึ่งความจริงแล้ว ทางตลาดได้มีการติดไฟ และกล้องวงจรปิดไว้รอบตลาด เพื่อป้องกันเหตุร้าย อีกทั้งยังมีการประสานข้อมูลต่างๆกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี  จึงอยากจะให้คิดให้ดีก่อนจะโพสต์ข้อความอะไรลงไป