
โฆษกปชป.ยันเอาผิดคนปล่อยคลิปตัดต่อเสียงอภิสิทธิ์
โฆษก ปชป.ยันเอาผิดคนปล่อยคลิปตัดต่อเสียงนายกฯ โทษหนักจำคุก 7 ปี เตรียมเอาคนเผยแพร่ในบริษัทเครือทักษิณมาเป็นพยาน
(30 ส.ค.) นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคลิปเสียงว่า มีคนยืนยันว่ามีการตัดต่อ และไปสิ้นสุดการเผยแพร่ที่คนที่ทำงานในพรรคเพื่อไทย สังคมตอนนี้รับทราบความไม่ถูกต้อง คนที่เคยสนับสนุนเรื่องนี้ก็มีท่าทีเปลี่ยนแปลง ส่วน นปช.ก็หวั่นไหว เพราะเรียกร้องให้มีการพิสูจน์ต้นตอว่าเป็นความจริงหรือไม่ เพราะคงทราบว่าสังคมปฏิเสธการเมืองสกปรกและวิชามารแบบนี้ ทั้งยังใส่ร้ายสถาบันทหารว่ามีส่วนปล่อยคลิปดังกล่าว
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า บุคคลที่ไม่สามารถปฏิเสธเรื่องนี้ได้ มี 3 กลุ่ม คือ 1. นปช.ที่สนับสนุนให้มีการเผยแพร่คลิปเสียงผ่านซีดีทั่วประเทศ เพื่อปลุกระดมสร้างความแตกแยก 2. นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกประจำตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่บอกว่า คลิปดังกล่าวเป็นเรื่องไม่ผิดปกติเหมือนอีเมลโจ๊ก หรืออีเมลขยะ แต่เรายืนยันว่าเรื่องนี้เป็นการตัดต่อด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงผ่านอินเตอร์เน็ต อีเมล เพื่อสร้างความแตกแยกในพื้นที่ ประกอบกับการจัดอบรมทางการเมืองของมูลนิธิ บ้านเลขที่ 111 ได้แจกซีดีคลิปเสียง ให้กับผู้ร่วมเข้าอบรมทั้งที่ทราบแล้วว่าคลิปไม่เป็นความจริง จึงเรียกร้องให้รับผิดชอบ กลุ่มที่ 3. พรรคเพื่อไทย เพราะเส้นทางส่งเมลชัดเจนว่ามีการส่งเป็นทอดโดยนำไปให้สื่อมวลชน 30 กว่า แขนง
“ การกระทำแบบนี้เป็นการส่อเจตนาสร้างความเข้าใจผิด ให้เกิดความแตกแยกในบ้านเมือง พร้อมทั้ง สส.พรรคเพื่อไทยยังอาศัยการเปิดคลิปนี้ในการประชุมพิจารณางบประมาณปี 53 ทั้งที่ยังไม่ทราบว่าคลิปจริงหรือไม่ อาทิ พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา น.ส.ฐิติมา ฉายแสง ส.ส. จ.ฉะเชิงเทรา นายสุนัย จุลพงษ์ธร ส.ส.สัดส่วน นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าย ที่เรียกร้องให้ประธานสภาเปิดเผยคลิป ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ เพราะการกระทำดังกล่าว สร้างความแปลกใจให้กับสภาและประชาชนที่ติดตามถึงวุฒิภาวะในการนำเสนอข้อมูล
ในขณะนี้มีคำสั่งศาลให้กระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ สามารถปิดเว็บไซต์ที่มีการเผยแพร่คลิปดังกล่าวได้ นอกจากนี้ฝ่ายกฎหมายของพรรคกำลังตรวจสอบข้อกฎหมายว่าบุคคลที่เผยแพร่คลิปนี้ จะมีความผิดอะไรบ้าง เบื้องต้นเข้าลักษณะความผิดของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(7) เรื่องซีดีเป็นเอกสาร มาตรา 264 การปลอมเอกสาร มาตรา 268 ใช้เอกสารปลอมมาอ้าง มาตรา 116 เป็นการทำให้เรื่องปรากฎกับประชาชน เพื่อปั่นป่วนสร้างความแตกแยกในบ้านเมือง “ นพ.บุรณัชย์ กล่าว
นพ.บุรณัชย์ กล่าวต่อว่า สำหรับโทษทางกฎหมายอาญาจำคุก 7 ปี ไม่ว่าคนที่กระทำจะเป็นส.ส.ที่สูงส่งหรือเป็นคนธรรมดา ทางพรรคและนายกรัฐมนตรีจะใช้สิทธ์ปกป้องตนเองอย่างเต็มที่ ขณะนี้ทางพรรคนยังไม่ดำเนินการทางกฎหมาย เรากำลังตรวจสอบเตรียมการเนื่องจากตอนนี้ตำรวจกองปราบ สันติบาลและกระทรวงเทคไอซีทีเพิ่งจะเริ่มการทำงาน ส่วนจะผิดถึงขั้นยุบพรรคหรือไม่นั้น ตนว่าต้องดูในรายละเอียด แต่ตอนนี้เข้าความผิดต่อพรบ.คอมพิวเตอร์มีความผิดจำคุก 5 ปี และโทษหมิ่นประมาทตามกฎหมายอาญาโทษจำคุก 7 ปี ซึ่งบุคคลหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ โดยเราจะเล็งไปที่บุคคลก่อน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ กำลังสืบสวนเพื่อขยายผลต่อ
เมื่อถามว่ามีการเผยแพร่ในภาคอีสานและเหนือจะสร้างความเกลียดชังต่อรัฐบาลหรือไม่ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ซีดีเป็นการกล่าวเท็จที่ผู้ไม่หวังดีอยากเห็นบ้านเมืองไม่สงบ หากนายกรัฐมนตรีสั่งการจริง จะต้องมีคนตายในการสลายการชุมนุม แต่ข้อเท็จจริงไม่มีใครตาย ส่วนการไปเปิดในวิทยุชุมชนเราจะต้องดำเนินการตามกฎหมายจะอ้างว่าไม่ทราบไม่ได้ เพราะเราได้เตือนแล้วว่ามีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งผู้ที่เผยแพร่ต้องระมัดระวังด้วย
ส่วนที่มีการระบุว่าเสียงออกมาจากบริษัทที่เกี่ยวข้องกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นั้น โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ได้ระบุว่าบริษัทดังกล่าวเป็นผู้ตัดต่อ แต่พูดว่า คลิปเสียงมาจากคนในบริษัทที่ส่งมาที่พรรคเพื่อไทย และส่งถึงสื่อมวลชน ซึ่ง เราจะเอาบุคคลในบริษัทดังกล่าวเป็นพยานเพื่อขยายผลต่อไป อย่างไรก็ตามการดำเนินคดีตามกฎหมายพรรคไม่ได้มีเป้าว่าจะต้องถึงขั้นยุบพรรคเพื่อไทย แต่ในชั้นตั้นเป็นการเอาความผิดเฉพาะตัวบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำคลิปเท่านั้น



