ข่าว

ชงคณะใหญ่หนกลาง จัดการ “ธัมมชโย”

ชงคณะใหญ่หนกลาง จัดการ “ธัมมชโย”

10 มี.ค. 2560

มส.รับทราบการถอดถอนสมณศักดิ์ ไม่มีวินิจฉัย “ธัมมชโย” ต้องสึก ด้าน พศ.ทำหนังสือถึงเจ้าคณะใหญ่หนกลางใช้กฎ มส.ฉบับ 21 แจ้งรักษาการเจ้าอาวาสดำเนินการตามขั้นตอน

          10 มี.ค. 60 - เมื่อเวลา 14.00 น. ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ สำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.) อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก(อมฺพรมหาเถร) เสด็จเป็นประธานการประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่5/ 2560 โดยมีพระเถรานุเถระในกรรมการมส. อาทิ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง สมเด็จพระวันรัต เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก พระวิสุทธิวงศาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ พระพรหมดิลก เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมประชุม

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุม มส.จะเริ่มขึ้น นางวิรังรอง ทัพพะรังสี ประธานเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อการปฏิรูปประเทศ (มปปท.) เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียน พระไชยบูลย์ สุทธิผล มีพฤติกรรมละเมิดพระธรรมวินัย กรณียักยอกทรัพย์และที่ดินของวัดพระธรรมกาย โดยรับที่ดินมาใส่ชื่อตนไม่ใช่การรับในฐานะครอบครองแทนวัดพระธรรมกายเพื่อบริหารจัดการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค และไม่ใช่การบริหารจัดการทรัพย์สินของสงฆ์ ซึ่งเป็นการกระทำที่มีเจตนาไม่บริสุทธิ์ ขัดต่อกฎหมายบ้านเมืองและพระธรรมวินัยชัดเจน และกรณีล่วงละเมิดพระธรรมวินัย บิดเบือนแต่งเติมพระธรรมคำสอนเป็นอาจิณ เป็นการทำให้พระธรรมคำสอนวิปริต จึงอยากขอให้ที่ประชุม มส.นำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่วาระการพิจารณาและตัดสินสถานภาพพระไชยบูลย์ สุทธิผลว่าต้องอาบัติปาราชิกตามพระธรรมวินัย ขาดจากการเป็นภิกษุแล้วหรือไม่ โดยมี พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ.ในฐานะเลขาธิการ มส.รับเรื่อง

          ทั้งนี้ การประชุมได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนเกาะติดสถานการณ์จำนวนมาก โดยที่ประชุมใช้เวลาประชุมนานกว่า 1 ชั่วโมง

          จากนั้นเวลา 15.30 น.พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.) เปิดเผยภายหลังประชุม ว่า ที่ประชุม มส.รับทราบตามที่ พศ.กราบทูลเรื่องการถอดถอนสมณศักดิ์ พระเทพญาณมหามุนี (พระไชยบูลย์ สุทธิผล) “ธัมมชโย” เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และ พระราชภาวนาจารย์ (พระทัตตชีโว หรือเผด็จ ทัตตชีโว) รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี

          โดยที่ประชุมไม่ได้มีการวินิจฉัยเกี่ยวกับเรื่องความผิดทางพระธรรมวินัยของ พระธัมมชโย จะต้องสละสมณเพศหรือไม่แต่อย่างใด แต่ขณะนี้ พศ.ได้ทำหนังสือถึงสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ขอให้พิจารณาดำเนินการตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21 (พ.ศ.2538) ว่าด้วยการให้พระภิกษุสละสมณเพศ ข้อ 3 (1) กรณีพระภิกษุสงฆ์ประพฤติล่วงละเมิดพระธรรมวินัยเป็นอาจิณ ซึ่งเป็นช่องทางการพิจารณาที่รวดเร็วที่สุด จากนี้คณะปกครองใหญ่หนกลางก็จะดำเนินการไปตามขั้นตอน ทั้งนี้ ไม่ได้มีการกำหนดกรอบระยะเวลา แต่ก็จะดำเนินการโดยเร็วที่สุด ซึ่งที่ผ่านมา พศ.ได้ทยอยจัดส่งข้อมูล หลักฐานทางคดีต่างๆที่เกี่ยวข้องแล้ว

          “ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าวันนี้จะมีการสึกพระธัมมชโยนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงเพราะเรื่องนี้เป็นอำนาจการปกครองของคณะสงฆ์ ต้องมีขั้นตอน โดยสามารถพิจารณาโทษทางพระธรรมวินัยได้ แม้ตัวผู้กระทำความผิดจะอยู่หรือไม่อยู่ก็ตาม ซึ่งต่างจากคดีอาญาที่จะต้องได้ตัวผู้หามาดำเนินคดี ดังนั้น การพิจารณาตามกฎมส.ฉบับที่ 21 หากพระธัมมชโยไม่มาแก้ข้อกล่าวหา คณะสงฆ์ก็จะสามารถดำเนินการวินิจฉัยโทษตามพระธรรมวินัยได้ทันที ส่วนหากมีใครมาร้องเกี่ยวกับเรื่องของพระธรรมวินัยของพระธัมมชโย พศ.จะส่งเรื่องต่างๆให้เจ้าคณะปกครองดำเนินการพิจารณา เพราะพศ.ไม่มีอำนาจในการพิจารณาได้”ผอ.พศ.กล่าว

          สำหรับขั้นตอนนั้น เมื่อเจ้าคณะใหญ่หนกลาง ได้รับเรื่องก็จะส่งไปยังเจ้าคณะปกครองตามลำดับชั้น จนถึงรักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ซึ่งปัจจุบันคือ พระวิเทศภาวนาจารย์ รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ทำหนังสือให้ชี้แจง ตักเตือน แนะนำภายในระยะเวลาที่กำหนด หากฝ่าฝืน ต้องรายงานไปยังเจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ เพื่อวินิจฉัยให้สละสมณเพศ

          จากนั้นเจ้าอาวาสแจ้งผลคำวินิจฉัย กรณีภิกษุอยู่ในสังกัดให้จัดการให้สละสมณเพศ ภายใน 3 วัน แต่ในกรณีไม่พบพระภิกษุ หรือ พระภิกษุรูปนั้นไม่ยอมรับ ให้ปิดประกาศคำวินิจฉัย ณ ที่พำนัก ถือว่าทราบคำวินิจฉัยแล้ว ซึ่งต้องสละสมณเพศภายใน 3 วัน ทั้ง 2 กรณีหากสละสมณเพศ ภายในเวลา 3 วันนับแต่วันที่ทราบประกาศถือว่าสิ้นสุด แต่หากไม่สละสมณเพศให้แจ้งเจ้าที่ฝ่ายบ้านเมืองปฏิบัติการให้เป็นตามคำวินิจฉัย