ข่าว

อำนาจเจริญค้านอีไอเอโรงงานน้ำตาล

อำนาจเจริญค้านอีไอเอโรงงานน้ำตาล

10 มี.ค. 2560

กลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำเซบายยื่นหนังสือ ผวจ.อำนาจเจริญ คัดค้าน (ร่าง) รายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โรงงานน้ำตาล และโรงงานไฟฟ้าชีวมวล


               10 มี.ค. 60  เมื่อเวลา 12.00 น.  กลุ่มเครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำลำเซบาย ต.น้ำปลีก อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ต.เชียงเพ็ง อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร และเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ อุตสาหกรรมจังหวัดอำนาจเจริญ และบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อคัดค้าน (ร่าง) รายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โรงงานน้ำตาล และโรงงานไฟฟ้าชีวมวล โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ นายวิชยันต์ บูรณะกิจภิญโญ เป็นตัวแทนรับมอบ

 

อำนาจเจริญค้านอีไอเอโรงงานน้ำตาล

 

               ทั้งนี้ มีการจัดเวทีทบทวนร่างรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หรือ เวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 (ค.2) ของโครงการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าชีวมวล จากเดิม 38 เมกะวัตต์ แต่ปัจจุบันเพิ่มเป็น 61 เมกะวัตต์ และโรงงานน้ำตาลขนาดกำลังการผลิต 20,000 ตันอ้อย/วัน ซึ่งพื้นที่ตั้งโครงการอยู่ที่ ต.น้ำปลีก อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ณ โรงเรียนดงบังพัฒนา ต.น้ำปลีก อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ

 

อำนาจเจริญค้านอีไอเอโรงงานน้ำตาล

 

               โดยหนังสือจากทางกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ระบุว่า มีการปกปิดข้อมูลข่าวสารในการดำเนินการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและขาดการให้ข้อมูลถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต พร้อมเรียกร้องให้ดำเนินการตามขอเสนอแนะ 3 ข้อ คือ 1. ขอให้มีการศึกษาผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นใหม่ เริ่มตั้งแต่เวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 2. ให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อมูล ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับข้อมูลการดำเนินโครงการโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล และ 3. รัฐจะต้องให้ชาวบ้านที่มีข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการดำเนินโครงการน้ำตาล และโรงไฟฟ้าชีวมวล ในรัศมี 5 กิโลเมตร เข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เริ่มต้นในสัดส่วนที่เท่าเทียมกัน

 

อำนาจเจริญค้านอีไอเอโรงงานน้ำตาล

 

               โดยขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องแจ้งความคืบหน้าหลังได้รับเอกสารคัดค้านและข้อเสนอแนะดังกล่าวตอบกลับเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 10 วัน จากนั้นกลุ่มชาวบ้านได้แยกย้ายกันเดินทางกลับ