ข่าว

“กษัตริย์สวีเดน”ชมไทยมีกฎหมายคุ้มครองเด็ก

“กษัตริย์สวีเดน”ชมไทยมีกฎหมายคุ้มครองเด็ก

10 มี.ค. 2560

ที่ปรึกษากษัตริย์แห่งสวีเดน เข้าพบ“รองนายกฯ”ถกปัญหาค้ามนุษย์-ทำร้ายร่างกายเด็ก เผยสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่16 ทรงชื่นชมไทยมีกม.คุ้มครองเด็ก

 

           10 มี.ค. 60 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี  ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายฟิลลิป สเวน โซเรนแซน ที่ปรึกษาสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน เข้าพบในฐานะทำงานด้านเอ็นจีโอดูแลปัญหาการค้ามนุษย์ และปัญหาการทำร้ายร่างกายเด็กว่า  นายฟิลลิปได้มาพบเพื่อชื่นชมประเทศไทย ที่มีกฎหมายการปราบปรามการค้ามนุษย์ เพราะกฎหมายดังกล่าวประเทศไทยก้าวหน้าไปมากกว่าหลายประเทศ ซึ่งกฎหมายของประเทศไทยเป็นแบบอย่างให้หลายประเทศ  โดยเขาเสนอว่า อยากให้ประเทศไทยจัดทำกฎหมายอย่างจริงจังให้มีความศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงนำความปรารถนาดีของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่16 กุสตาฟแห่งสวีเดนที่ทรงชื่นชมยินดีที่เราได้มีกฎหมายดังกล่าว  ในการคุ้มครองเด็ก และกำหนดบทลงโทษบุคคลที่นำเด็กไปทรมาน หรือนำเด็กไปใช้เป็นเหยื่อ ดังนั้นเขาจึงอยากมาติดตามเรื่องนี้ นอกจากนี้เขายังแนะนำว่า เราต้องออกข่าวไปทั่วโลกขณะนี้ประเทศไทยมีกฎหมายเหล่านี้แล้ว เพื่อให้คนที่ไม่ดีไม่เดินทางเข้ามาหรือเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ รวมถึงเขายังเสนอว่าไม่อยากให้มีการคัดค้านการประกันตัว ซึ่งตนได้ชี้แจงไปว่า ขณะนี้ทราบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการแก้ไขกฎหมายตรงนี้ โดยเฉพาะกรณีที่ผู้กระทำความผิดเป็นชาวต่างประเทศจะไม่ให้ประกันตัวหากจะขอประกันตัวต้องไปประกันตัวในชั้นศาลให้ศาลอนุญาตเท่านั้น  โดยตนจะแจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบเรื่องดังกล่าวต่อไป

          นายวิษณุ กล่าวว่า  นอกจากเดินทางมาประเทศแล้ว นายฟิลลิปยังเดินทางต่อไปยังประเทศอื่นในอาเซียนด้วย เพื่ออธิบายให้ประเทศเหล่านี้เข้าใจว่า ประเทศไทย เป็นผู้นำกฎหมายในเรื่องเหล่านี้ และอยากให้ประเทศต่างๆในอาเซียนมีกฎหมายแบบนี้ด้วย ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้แจ้งว่า ได้มีศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งประเทศต่างๆก็รับทราบข้อมูลหากมีการกระทำความผิดเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม เราออกกฎหมายในเรื่องดังกล่าวได้เพียงปีเศษ ในส่วนของการเพิ่มโทษและการนำเด็กมาถ่ายหนังอนาจาร  ซึ่งผู้กระทำความผิดบางคนไม่ใช่คนไทย และในหลายประเทศมีต่อต้านบุคคลที่ทำแบบนี้ โดยที่ผ่านมาเราสามารถจับกุมชาวต่างประเทศที่เข้ามาในประเทศแล้วกระทำความผิดในคดีเหล่านี้  ในรอบปีที่ผ่านมาจำนวน 27 คน แต่นายฟิลลิประบุว่า คนที่เราจับกุมตัวได้ไม่ใช่ตัวการใหญ่และระดับหัวหน้า.