
“วิษณุ” แนะ “ธัมมชโย” เข้าให้การเอง
"วิษณุ" เผย "มส." เปรียบเหมือน "ศาลฎีกา" วินิจฉัย "ธัมมชโย" อาบัติปาราชิก" หรือไม่ แจง แต่ต้อง ชง ผู้ปกครองสงฆ์ชั้นต้นตั้งเรื่อง ชี้ จับสึก กลางอากาศไม่ได้
เมื่อวันที่ 10 มี.ค.60 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยื่นเรื่องกล่าวหาพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ฝ่าฝืนละเมิดพระธรรมวินัย ต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อให้เสนอเรื่องต่อมหาเถรสมาคม (มส.) พิจารณาดำเนินการ ว่า ตำรวจหรือดีเอสไอหากมีเรื่องอะไรจะเสนอผ่านพศ. โดยพศ.มีหน้าที่คัดกรองก่อนเสนอ มส.พิจารณา มีทั้งเสนอเป็นลายลักษณ์และด้วยวาจาในการประชุมมส.วันเดียวกัน (10 มี.ค.) ส่วนเรื่องที่จะรายงานอย่างน้อยในประเด็นที่ว่าได้ทำอะไรมาแล้วบ้าง เช่น การถอดถอนสมณศักดิ์ และสิ่งที่อยากให้มส.ช่วยดำเนินการ อย่างไรก็ตาม เรื่องที่อยากให้ มส.ทำ บางเรื่อง มส.ทำไม่ได้ตามที่มีการเสนอ เพราะไม่มีหน้าที่ แต่บางเรื่องหากต้องดำเนินการตามพระธรรมวินัย ต้องมีคนตั้งเรื่องขึ้นมาตามกฎนิคหกรรมฉบับที่ 11 และ21 ส่วนข้อหาฟอกเงินนี้ เป็นการไปรับเอาทรัพย์มาเกินกี่มาสก
"การยื่นเรื่องให้ มส.ดำเนินการนั้นใช่ แต่การตั้งเรื่องไม่ใช่เริ่มจากบนลงล่าง มส.คือ ครม.เวลามีเรื่องอะไรสามารถร้องได้ ซึ่งครม.สามารถส่งเรื่องไปยังกรมและกระทรวงเพื่อตั้งต้นเรื่อง มส.จะไม่เป็นผู้ลงมาสอบอะไรเอง มส.เป็นเหมือนศาลฎีกาของสงฆ์ จึงต้องผ่านศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ เทคนิคของเราในเรื่องนี้แทนที่จะไปศาลชั้นต้นเลย แต่ไปบอกให้ศาลฎีการู้ แล้วศาลฎีกาก็จะไปดำเนินการ ฉะนั้น ในชั้นผู้ปกครองสงฆ์ชั้นต้นก็จะทำตามคำสั่งมส.”นายวิษณุ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการพูดกันว่าสามารถดำเนินการสึกพระธัมมชโยกลางอากาศได้จริงหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มี เป็นไปไม่ได้ เพราะถ้าสึกกลางอากาศได้ พระจะหวั่นไหวกันทั้งประเทศ ส่วนเรื่องการอาบัติปาราชิกท้ายที่สุดจะต้องฟังคำวินิจฉัยจากมส. ตามกฎนิคหกรรมฉบับที่ 21 ซึ่งเป็นหลักประกันของสงฆ์เพื่อไม่ให้มีการสึกกันง่ายๆ ขั้นตอนดังกล่าวมีความยืดยาวมาก มีชั้นต้น อุทธรณ์ และฎีกา เช่นเดียวกับคดีทางโลก และใช้ระยะเวลายาวนานมาก
เมื่อถามว่า ขั้นตอนการพิจารณาเรื่องอาบัติปาราชิกจะใช้เวลาเป็นปีหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้าเจ้าตัวมีการขออุทธรณ์และฎีการะยะเวลาจะยาวนานเป็นปี อย่าไปนึกเฉพาะกรณีวัดพระธรรมกาย แต่ให้นึกถึงกรณีอื่นๆ ด้วย โดยมากเมื่อพระมีเรื่อง พระท่านจะสึกเอง กระบวนการเลยจบ โดยการสึกของพระมี 2 อย่างคือ ลาสิกขาบทเองโดยสมัครใจ กับไม่สมัครใจคือกระทำผิด ทั้งนี้ ไม่ว่าจะสึกประเภทใดก็ตาม ต้องมีตัวพระรูปนั้นๆ มาด้วย แต่หากภายหลังถ้าหายตัวหรือหลบหนีไป จะเหมือนคดีทางโลก คือยังสามารถดำเนินการต่อไปได้ สุดท้ายถ้ามีคำวินิจฉัยว่าให้สึก ไม่ต้องมีตัวพระรูปนั้นก็ได้ เหมือนกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หรือใครก็ตาม เมื่อหลบหนีคดีไป ยังไม่ทันฟ้องร้อง ก็ดำเนินการฟ้องไม่ได้ แต่ถ้าฟ้องแล้วคุณหนีไปไม่เป็นไร
“วิษณุ” เผย รบ.วิตก สังคมมองพระผิด จน ศาสนา มีปัญหา
นายวิษณุ กล่าวว่า ในส่วนของรัฐบาลต้องรอมติที่ประชุมมส.วันเดียวกัน (10 มี.ค.) กันก่อนว่าเป็นอย่างไร แต่การประชุมมส.วันนี้เป็นเพียงการรับทราบ เป็นไปไม่ได้ที่จะตัดสินเรื่องดังกล่าวจนเกิดความชัดเจนในวันนี้ ส่วนจะสั่งการให้ดำเนินการอย่างไรต่อ ชาวบ้านอาจจะไม่รู้ แต่รัฐบาลรู้ว่าคณะสงฆ์ให้ความร่วมมือ ตลอดเวลาที่ผ่านมา
“วันนี้ต้องแยกระหว่างวัดพระธรรมกายกับไม่ใช่วัดพระธรรมกาย พระที่ดีนั้นมีอยู่ สิ่งที่รัฐบาลวิตกมากคือ มีการพูดกันมากจนเกินไปว่าพระทั้งหลายเป็นฝ่ายผิดหรือบกพร่อง ทำให้เสื่อมความนับถือศรัทธาในศาสนา ตรงนี้จะทำให้ศาสนาเกิดปัญหา รัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดอย่างนั้น ความจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น การที่พระไม่กี่รูปทำผิดไม่ได้หมายความว่าศาสนาหรือสังฆมณฑลมีปัญหาไปหมด พระดียังมีอยู่” นายวิษณุ กล่าว
เมื่อถามว่า บรรดาลูกศิษย์วัดพระธรรมกายยังมุ่งโจมตีรัฐบาลว่าทำลายพระพุทธศาสนา นายวิษณุ กล่าวว่า เป็นวิธีการพูดของคนฝ่ายนั้น เขาต้องพูดอย่างนั้น ไม่เป็นไร สังคมวินิจฉัยได้ ตนดูอยู่และเห็นว่าฝ่ายบ้านเมืองได้ทำด้วยความระมัดระวังที่สุด เรารู้ตลอดเวลาว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน พยายามถ่ายทอดให้ฝ่ายปฏิบัติรับทราบ ไม่มีอะไรไปล่วงล้ำศาสนาหรือวัดเลย
“วิษณุ” แนะ “ธัมมชโย” เข้าให้ปากคำเอง สังคม อาจเข้าใจ ไม่ใช่ให้คนอื่นพูดแทน
“นายกฯให้นโยบายว่าให้ระลึกตลอดว่าวัดพระธรรมกายเป็นศาสนสถาน พระเป็นศาสนบุคคล ต้องระลึกไว้ตลอดเวลาว่าศาสนธรรมไม่มีอะไรวิปริต วันนี้เป็นเรื่องของพระบางรูป คนบางคน ที่กระทำผิดกฎหมายบ้านเมืองแล้วก่อให้เกิดความเสียหาย เราไม่ได้ปรักปรำ คนเหล่านี้ยังบริสุทธิ์ แต่ต้องการเอาตัวเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะมันล่วงเลยมายาวนานมากแล้ว เห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นได้อยู่ บางเรื่องถ้าท่านออกมาให้การพูดเพียงไม่กี่คำ อาจจะทำให้เข้าใจก็ได้ว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่สังคมเข้าใจ ช่วยมาอธิบายหน่อยว่าการที่รับเงินจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นรับโดยไม่รู้หรืออย่างไร วันนี้คนอื่นพูดแทนทั้งนั้น จึงต้องการตัวผู้ต้องหา” นายวิษณุ กล่าว.



