ข่าว

ร.9 สวรรคต เป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของโลก

ร.9 สวรรคต เป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของโลก

10 มี.ค. 2560

ในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต เป็นการสูญเสียครั้งย่ิ่งใหญ่ไม่เฉพาะประเทศไทย แต่เป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของโลก

  ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศในการเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมนิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเปิดให้ประชาชนจากทั่วประเทศเข้าถวายความอาลัย เป็นวันที่ 128 โดยเจ้าหน้าที่เปิดประตูให้ตั้งเวลา 04.50 น. แม้ไม่ใช่วันหยุดแต่ก็ยังคงมีประชาชนเข้าแถวอย่างต่อเนื่อง

ร.9 สวรรคต เป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของโลก

    นายสุทัศน์ เรืองมานะมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธนาคารทิสโก้ กล่าวในฐานะเป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญพระกุศลพระบรมศพว่า รู้สึกปลาบปลื้มใจที่กลุ่มบริษัทได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพ ถือเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะได้มาแสดงความรักต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 บริษัทของเราน้อมนำพระราชดำรัสด้านเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักในการดำเนินงาน และเดินตามรอยพระบาททำกิจกรรมเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคม ดังนั้นวัฒนธรรมขององค์กรจึงเน้นการให้ตอบแทบสังคม ด้วยการมอบทุนการศึกษาแก่เด็กยากจน ผ่านมูลนิธิทิสโก้ ซึ่งก่อตั้งมา 35 ปีแล้ว มอบทุนแก่เด็กยากจนกว่า 1 แสนทุน รวมเป็นเงินว่า 300 ล้านบาท นับเป็นความอิ่มเอิบใจที่ได้เป็นส่วนช่วยส่งเสริมการศึกษาเยาวชน ตั้งแต่ระดับมัธยมต้นถึงอุดมศึกษา ซึ่งบางคนร่ำเรียนสูงถึงระดับปริญญาโท นอกจากด้านสังคมแล้วเรายังเน้นเรื่องสิ่งแวดล้อม ด้วยการจัดกิจกรรมปลูกป่า โครงการแรกที่วัดวังก์วิเวการาม อ.สังขละ จ.กาญจนบุรี เมื่อ 30 ปีที่ผ่านมาปัจจุบันต้นสักโตเต็มพื้นที่ก็ขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ เช่น มูลนิธิพระดาบส เป็นต้น

   “วันที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต ผมยังบอกกับทุกคนว่า การสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่นี้ไม่ได้เกิดแต่เฉพาะประเทศไทย แต่นับเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของโลก บุคคลอย่างพระองค์ท่านในโลกนี้ไม่มีอีกแล้ว ทรงทำทุกอย่างที่ไม่ได้อยู่ในหน้าที่ของพระองค์เองที่จะต้องทำ ทรงทำทุกอย่างเพื่อส่วนรวม ไม่เคยนึกถึงพระองค์เอง เก่งทั้งบู๊และบุ๋น ขออนุญาตใช้คำสามัญชน ถ้าเป็นภาษาฝรั่งเขาเรียกว่า ”เรเนซองส์ แมน“ คือเก่งทั้งศาสตร์และศิลป์ ถ้าคนไทยรักและระลึกถึงพระองค์ท่าน ก็อยากให้ช่วยกันสืบสานพระราชปณิธานต่างๆ ของพระองค์ แม้เพียงเล็กๆ น้อยๆ” ผู้บริหารกลุ่มธนาคารทิสโก้กล่าว

ร.9 สวรรคต เป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของโลก

  นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด เผยถึงการได้รับพระกรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯ ให้บริษัทได้เข้าร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถือเป็นเกียรติและความภูมิใจอย่างสูงสุด แม้ว่าจะอยากมาให้เร็วกว่านี้ก็ตาม แต่เมื่อต้องเป็นไปตามลำดับก็ยินดี

    เมื่อผู้สื่อข่าวถามถือการน้อมนำแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ในการดำเนินงานนั้น ซีอีโอหนุ่ม กล่าวว่า นับตั้งแต่ตั้งแต่เริ่มต้นดำเนินธุรกิจสายการบินโลวคอร์สนั้น สิ่งที่บริษัทเองยึดมั่นมาโดยตลอดคือเรื่องความพอเพียง ซึ่งเจ้าตัวอธิบายว่า ในทีนี้คือเน้นให้บริการสำหรับคนไทยที่ฐานะไม่ร่ำรวยเพื่อเปิดโอกาสให้ได้เดินทาง ใช้ชีวิตรวมถึงสานต่อความสัมพันธ์ทั้งในแบบธุรกิจและชีวิตได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันในส่วนของบริษัทเน้นการขยายงานทีละเล็กทีละน้อย ค่อยๆ เติบโต นอกจากนี้ยังน้อมนำคำสอนเรื่องความมานะไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคมาใช้อีกด้วย ซึ่งเห็นได้จากที่ผ่านสายการบินนกแอร์เจอกับวิกฤติหลายอย่าง แต่ทีมงานของเราก็ผ่านมาได้ด้วยความมานะพยายามนี่เอง ซึ่งทั้งหมดนี้เราเห็นได้จากการทรงงานอีกทั้งพระราชจริยวัตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่ทรงทำเป็นตัวอย่างทั้งสิ้น

   “สำหรับการดำเนินชีวิตของตัวผมเองนั้น ต้องบอกว่าเพราะคุณพ่อ นายอาสา สารสิน มีโอกาสได้ถวายงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในฐานะราชเลขาธิการในพระองค์ ในข้อนี้ท่านจึงได้เห็นตัวอย่างแล้วนำมาถ่ายทอดลูกๆ ปฏิบัติตามอยู่เสมอ ดังนั้นคำสอนของพระองค์จึงอยู่ในใจผมเสมอ โดยเฉพาะเรื่องความพอเพียง การดำเนินชีวิตแบบไม่เกินตัว” นายพาทีกล่าวด้วยแววตาปลาบปลื้ม